ครอบครัวเศร้ารับร่าง "ป้าเอี้ยง" หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์สาย 206 ที่แยกอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยพิธีรับร่างจัดขึ้นที่วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค. 2569 ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและเพื่อนฝูง
บรรยากาศพิธีรับร่าง
เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างของนางเอื้อง หรือ ป้าเอี้ยง มะโนแจ่ม อายุ 66 ปี จากสถาบันนิติเวช รพ.ตร. มาถึงวัด โดยมี ดร.กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ขสมก. และการรถไฟแห่งประเทศไทย หลายสิบคน ร่วมตั้งแถวรอรับร่างเพื่อไว้อาลัย ลูกชายและครอบครัวร้องไห้กอดโลงศพทันทีที่รถมาถึง
พระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการรดน้ำศพผ่านสายสิญจน์ ก่อนให้ครอบครัว ญาติ และตัวแทน ขสมก. และการรถไฟฯ ร่วมพิธี
เพื่อนเผยแชตสุดท้าย
นางจิณห์นพสุขข์ บุญทอง อายุ 64 ปี เพื่อนของป้าเอี้ยง เปิดเผยแชตสุดท้ายที่พูดคุยกัน โดยป้าเอี้ยงบอกว่าจะไปรักษาเรื่องเลือดและน้ำเหลืองให้สมดุลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องเดินทางด้วยรถเมล์ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เพื่อนได้คุยกัน หลังเกิดเหตุไม่นานเพื่อนพยายามโทรหาแต่ไม่มีสัญญาณ
นางจิณห์นพสุขข์ยังกล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุ ป้าเอี้ยงชวนเพื่อนหลายคนไปตรวจสุขภาพ แต่ไม่มีใครว่าง ตนเองคิดว่าหากไปกันหมด อาจจะตายกันทั้งหมดหรือรอดทั้งหมด เพราะอาจมีการรอกันจนไม่เกิดเหตุการณ์นี้ เพื่อนและคนในหมู่บ้านกำลังรวบรวมเงินเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมในคืนวันพรุ่งนี้
ลูกชายสุดเศร้า หวังเป็นเคสสุดท้าย
นายอนุสรณ์ มโนแจ่ม อายุ 46 ปี ลูกชายป้าเอี้ยง เปิดใจว่า ปกติแม่ใช้รถเมล์และรถไฟฟ้าในการทำงาน วันจันทร์ถึงศุกร์ ทุกคนมั่นใจว่าปลอดภัย แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ แม่เพิ่งมาใช้รถเมล์สายนี้ช่วงหลังเพราะรับจ็อกในกรุงเทพ แม่เป็นคนเก่ง เคยวิ่งหนีแผ่นดินไหวมาได้ แต่ครั้งนี้เมื่อเห็นคลิปแม่ในรถเมล์ หวังให้มีปาฏิหาริย์
ตอนเกิดเหตุตนเห็นคนเจ็บแต่ไม่มีชื่อแม่ เหลือเพียงรายชื่อผู้รอตรวจอัตลักษณ์ คิดว่าแม่ปลอดภัย แต่เมื่อเห็นคลิปก็รู้สึกเจ็บใจที่พนักงานขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย อยากให้รอรถไฟผ่านก่อนเพราะรถติดในกรุงเทพเป็นปกติ ขอให้เคสแม่เป็นเคสสุดท้าย ไม่อยากให้ใครสูญเสียคนรักอีก แม่เป็นทั้งพ่อและแม่ เลี้ยงลูกสามคน ดูแลพี่ชายที่ป่วยที่สิงห์บุรี พี่ชายติดเตียงที่เทพารักษ์ น้องสะใภ้ที่ประสบอุบัติเหตุ และน้องชายที่ไม่แข็งแรง แม่เป็นเสาหลักของครอบครัว ตอนนี้พังทลาย
นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า แม่หายตัวไปตั้งแต่คืนวันเสาร์ ตนติดตามข่าวแต่ยังไม่เห็นคลิปของแม่ เช้าวันจันทร์น้องโทรมาบอกว่าแม่หายตัวไป คิดว่าไปค้างบ้านเพื่อน แต่ 5 นาทีต่อมาน้องโทรมาอีกว่าเห็นคลิปของแม่ ตนทำงานต่อไม่ได้ ใช้เวลาตั้งสติและขับรถจากอุดรธานีมาถึงกรุงเทพ ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับใคร ขอบคุณคนที่มีคลิปของแม่ เพราะถ้าไม่มีคลิปคงไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน เพราะไฟไหม้จนไม่รู้ว่าเป็นใคร ขอบคุณกู้ภัยที่อุ้มร่างแม่ออกมา ตอนนี้เริ่มทำใจได้ แต่อยากให้เข้มงวดเรื่องจราจร อยากให้คนขับรักตัวเองและผู้โดยสาร การจอดค่อมรางไม่ปลอดภัย ควรใจเย็นรอสักนิด
นายอนุสรณ์ยังกล่าวถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าเงียบอยู่ อยากให้ออกมาขอโทษประชาชนและคัดกรองพนักงาน ควรจริงจังก่อนเกิดเหตุ คนไทยลืมง่าย หลังแผ่นดินไหวสามวันคนกลับเข้าตึก เหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน ตนจะคอยดูว่าหลังจากเงียบแล้วจะมีการจอดค่อมรางอีกหรือไม่ ฝากนักข่าวไปตรวจสอบแยกมักกะสัน ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ถ้าไม่มีสื่อสนใจ แม่อาจเป็นแค่มดตัวเล็กๆ ตนไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ไม่คิดเรียกร้องใดๆ เกิดมาเพื่อใช้ชีวิต
ผอ.ขสมก. ร่วมไว้อาลัยและให้ความช่วยเหลือ
ดร.กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผอ.ขสมก. มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมชี้แจงขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยาตามระเบียบ โดยทาง ขสมก. จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานศพทั้งหมด รวมถึงเงินเยียวยาตามที่เคยแจ้งสื่อ คณะผู้บริหารและพนักงาน ขสมก. กว่า 50 คน ตั้งใจมาร่วมไว้อาลัยและจะไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิตทุกราย
ด้านมาตรการความปลอดภัย ขสมก. จะเพิ่มความตระหนักรู้และวินัยให้พนักงาน โดยเฉพาะคนขับ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร รวมถึงคุมเข้มการตรวจสภาพและซ่อมบำรุงรถโดยสารให้พร้อมใช้งาน ส่วนการคาดโทษพนักงานที่ทำผิดวินัย ขสมก. ยืนยันมีมาตรการและบทลงโทษชัดเจน โดยจะสอบสวนและดำเนินการตามระเบียบ
นายอนุสรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝากถึงคนขับรถเมล์ให้มีวินัย โดยเฉพาะการจอดค่อมรางรถไฟ อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียน ตนและครอบครัวไม่ติดใจเอาความ และขออโหสิกรรมให้คนขับรถเมล์ คนขับรถไฟ และผู้เกี่ยวข้อง ขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าวจนสามารถตามหาร่างแม่กลับมาที่วัดได้ หากไม่มีคลิปวงจรปิดคงไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน
สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพป้าเอี้ยง ทางครอบครัวตั้งบำเพ็ญกุศลจนถึงคืนวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 2569 และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. 2569 เวลา 17.00 น.



