ครอบครัวทำใจไม่ได้ สูญเสียลูกชายอนาคตไกล จากอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นบริเวณแยกอโศก–ดินแดง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำร่างของนายธนัฐพิพัฒน์ เขียววิจิตร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ เดินทางถึงวัดคลองหนึ่ง ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว
นายสันติ เขียววิจิตร บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า ตนได้นำใบนำส่งร่างจากสถาบันนิติเวชวิทยาไปรับร่างของลูกชาย และได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณกลับมาด้วยกัน ก่อนจะเดินทางมายังวัดแห่งนี้ โดยทางครอบครัวกำหนดจะจัดพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 4 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ในส่วนของการจัดงานมีเจ้าหน้าที่จากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เข้ามาอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถทดแทนความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวได้
พ่อผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้รื้อระบบความปลอดภัย
นายสันติกล่าวต่อด้วยความผิดหวังต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะลูกชายยังมีอนาคตอีกไกล ระบบการจัดการความปลอดภัยควรจะต้องมีการรื้อระบบใหม่ทั้งหมด ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ระดับพนักงานปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการของผู้บริหารที่จะต้องทำให้ระบบมีความสมบูรณ์ ตนเองทำงานสายวิศวกรเครื่องกลในภาคโรงงานอุตสาหกรรม ก่อนจะเริ่มเดินเครื่องจักรทุกครั้งจะต้องมีการตรวจสอบความพร้อมเสมอ จึงอยากตั้งคำถามไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า มีระบบตรวจสอบความปลอดภัยเหล่านี้หรือไม่ และเหตุใดจึงไม่นำมาปฏิบัติ
นายสันติยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกับโครงสร้างความปลอดภัย โดยก่อนเริ่มงานต้องตรวจเช็กความพร้อมทั้งสภาพรถไฟและตัวบุคคล รวมถึงควรมีการตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถอย่างเคร่งครัด จะปล่อยปละละเลยเรื่องความปลอดภัยไม่ได้
การตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยเพิ่งติดต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งเป็นเพียงการโทรศัพท์มาสอบถามเท่านั้น ต่างจากทาง ขสมก. ที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาแสดงความรับผิดชอบและช่วยเหลือในสิ่งที่ครอบครัวติดขัด ซึ่งตนต้องขอขอบคุณจากใจจริง



