ศปถ. สรุปอุบัติเหตุสงกรานต์ 2569 วันที่ 13 เม.ย. เกิด 237 ครั้ง เสียชีวิต 51 คน
สรุปอุบัติเหตุสงกรานต์ 13 เม.ย. เกิด 237 ครั้ง เสียชีวิต 51 คน

ศปถ. เผยสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ 2569 วันที่ 13 เม.ย. เกิด 237 ครั้ง เสียชีวิต 51 คน

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 (ศปถ.) เปิดเผยข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ" โดยมีสถิติที่น่าตกใจ

สถิติอุบัติเหตุรายวันและสาเหตุหลัก

ในวันที่ 13 เมษายน เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 237 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 224 คน และผู้เสียชีวิต 51 คน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ การขับรถเร็ว คิดเป็นร้อยละ 41.77 และ การดื่มแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 27.43 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 70.93 โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนเส้นทางตรง (ร้อยละ 75.53) และบนถนนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหรือหมู่บ้าน (ร้อยละ 36.29)

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือระหว่าง 15.01-18.00 น. คิดเป็นร้อยละ 20.25 กลุ่มอายุที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ 20-29 ปี และ 30-39 ปี คิดเป็นร้อยละ 17.82 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในวันที่ 13 เมษายน ได้แก่ ชุมพรและเชียงราย โดยแต่ละจังหวัดเกิดอุบัติเหตุ 12 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือชุมพร (13 คน) ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือปทุมธานีและเลย (จังหวัดละ 4 คน)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สถิติสะสม 4 วัน (10-13 เมษายน)

ในช่วง 4 วันของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุสะสมทั้งหมด 755 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บสะสม 705 คน และผู้เสียชีวิตสะสม 154 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือลำปาง (33 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือลำปาง (34 คน) และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือกรุงเทพมหานคร (8 คน) ขณะนี้มี 22 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์)

มาตรการความปลอดภัยในวันครอบครัว

วันที่ 14 เมษายนเป็น "วันครอบครัว" ซึ่งประชาชนมักเดินทางไปรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่และไหว้พระตามวัดต่างๆ รวมถึงออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ในหลายพื้นที่ ศปถ. จึงกำชับให้ทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยพื้นที่เล่นน้ำและสถานที่ท่องเที่ยว โดยบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเคร่งครัด

มาตรการรวมถึงการเข้มงวดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การนั่งหรือยืนบนท้ายกระบะ การใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน พร้อมใช้กลไก "ด่านชุมชน" และ "ด่านครอบครัว" เพื่อตักเตือนและป้องปรามผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง หากไม่ปฏิบัติตามคำเตือนจะประสานสถานีตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดี

คำแนะนำจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศปถ. ระบุว่า ปริมาณรถในพื้นที่ยังคงมีมาก ทั้งจากการเดินทางท่องเที่ยวและการทยอยกลับกรุงเทพฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่นในวันถัดไป จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการจราจรให้เหมาะสม

โดยเฉพาะถนนสายหลักที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ให้พิจารณาตั้งจุดตรวจจุดบริการในบริเวณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการหลับในและการขับรถชนท้าย พร้อมกำชับให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท และความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ

พนักงานขับรถต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพสารเสพติดให้โทษ และควรหยุดพักการขับขี่อย่างน้อย 30 นาที ทุก 4 ชั่วโมง พร้อมเข้ารับการตรวจที่จุดตรวจตามกำหนด นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ผู้โดยสารร่วมสังเกตความผิดปกติของพนักงานขับที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

สำหรับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ขอให้ขับขี่อย่างมีสติ หากเหนื่อยล้าจากการเดินทางควรหยุดพักทันทีหรือสลับผู้อื่นขับขี่แทน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้