เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 บริเวณทางคู่ขนานเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ตรงข้ามเซ็นทรัลวิลเลจ เอาท์เล็ต ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รถกระบะตู้ทึบได้พุ่งชนท้ายรถบัสรับส่งพนักงานที่จอดอยู่ข้างทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย
รายละเอียดเหตุการณ์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว นำโดย ร.ต.อ.ศรันย์ มาแสง รอง สว. (สอบสวน) พร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ และมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุสีชมพูชนท้ายรถบัสสีเขียวสภาพพังยับ ภายในรถกระบะพบนายธีรวีร์ อายุ 34 ปี เสียชีวิตติดอยู่ภายใน จำเป็นต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำร่างออกมา
ส่วนคนขับรถบัสคือนายสุรเชษฐ์ อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกจากแรงกระแทก ถูกนำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์
คำให้การของภรรยาผู้เสียชีวิต
นางสาวดารันห์ อายุ 33 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุสามีเพิ่งเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปวิ่งงานที่ชลบุรี โดยทั้งคู่เพิ่งแยกย้ายกันหลังจากรับประทานอาหารด้วยกัน ตนเองได้วิดีโอคอลคุยกับสามีจนกระทั่งกลับถึงห้องพัก จากนั้นสามีวางสายเนื่องจากตนจะโทรศัพท์หาลูกและตากผ้า หลังจากนั้นไม่นานมีเพื่อนที่ดูไลฟ์สดทักมาบอกว่า “แฟนขี่รถล้ม” ซึ่งปกติสามีมักจะวิ่งงานอยู่เสมอ
คำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์
นายอภิชาต จงใจหาญ อายุ 42 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า รถคันดังกล่าวน่าจะมาด้วยความเร็วสูง โดยสังเกตเห็นว่ากระโดดมาตั้งแต่คอสะพาน และมีรถเก๋งคันหนึ่งขับนำหน้าเหมือนจะหักหลบอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังคล้ายรถบรรทุกยางระเบิด ตนเองอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควรจึงได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น
คำให้การของคนขับรถบัส
นายสุรเชษฐ์ คนขับรถบัส ให้การว่า ตนเพิ่งจอดรถเพื่อแวะปัสสาวะเพียงไม่นาน และกำลังจะขับต่อไป โดยขณะนั้นท้ายรถไม่มีรถคันอื่นจอดอยู่ มีเพียงรถของตนเท่านั้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงพุ่งชนอย่างรุนแรง ทำให้กระจกและส่วนท้ายรถพังยับเยิน ส่วนตนเองหัวกระแทกกับบันไดจึงได้รับบาดเจ็บ
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำแผนที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเชิญคนขับรถบัสไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ก่อนมอบให้ญาติรับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป



