พรรคประชาชาติมีมติเอกฉันท์ ส่ง 5 สส. ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย พร้อมหนุนอนุทินนั่งนายกฯ
ประชาชาติมีมติเอกฉันท์ ส่ง 5 สส. ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย (19.02.2026)

พรรคประชาชาติมีมติเอกฉันท์ ส่ง 5 สส. ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย พร้อมหนุนอนุทินนั่งนายกฯ

ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พรรคประชาชาติ ได้จัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค เพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบรับคำเชิญของพรรคภูมิใจไทย ในการร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล โดยหลังการประชุม นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้เปิดเผยว่า พรรคได้รับคำทาบทามจากผู้ใหญ่ให้เข้าพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย และได้นำข้อเสนอมาหารือภายในพรรค ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พรรคประชาชาติที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รวม 5 คน เข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ยืนยันส่งทั้ง 5 สส. ร่วมรัฐบาล แม้ทวีติดภารกิจ

เมื่อมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เนื่องจากมีประเด็นขัดแย้งหลายเรื่อง นายซูการ์โนชี้แจงว่า การตกลงครั้งนี้เป็นไปในนามพรรค ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเท่านั้น ดังนั้นประเด็นดังกล่าวได้มีการคุยกันแล้วและยืนยันเป็นมติพรรคที่จะส่งทั้ง 5 คนเข้าร่วมรัฐบาล หากได้รับการตอบรับก็จะเดินหน้าเต็มที่ โดยในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ตนจะเป็นตัวแทนไปแจ้งมติเอกฉันท์ของพรรคประชาชาติต่อพรรคภูมิใจไทย ส่วนพ.ต.อ.ทวีนั้นติดภารกิจที่ต่างจังหวัดจึงไม่สามารถร่วมเดินทางไปด้วยได้

นายซูการ์โนกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีที่ผ่านมาของพ.ต.อ.ทวีว่า เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและเป็นไปตามหน้าที่ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งขณะนี้หน้าที่นั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนการร่วมรัฐบาลถือเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเป็นเรื่องการเมืองโดยตรง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หลักการเข้าร่วมรัฐบาลและประเมินโอกาสอยู่ครบเทอม

เมื่อถามถึงการประเมินการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ นายซูการ์โนระบุว่า พรรคประชาชาติได้หารือและย้ำหลักการสำคัญคือ จะไม่สนับสนุนกฎหมายใดที่ขัดกับหลักศาสนา ส่วนนโยบายเร่งด่วนที่พรรคต้องการผลักดันคือการแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและสังคมหลายด้าน สำหรับประเด็นการผลักดันให้กัญชากลับเป็นยาเสพติดนั้น ต้องคุยกับพรรคภูมิใจไทยให้ชัดเจนว่าจะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่เปิดเสรีทั่วไป และหากตกลงกันได้ควรดำเนินการอย่างรวดเร็ว

นายซูการ์โนอธิบายว่า "การร่วมรัฐบาลจะทำให้เราได้ดูแลผลประโยชน์ประชาชนมากกว่าเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งสิ่งที่เป็นความต้องการของประชาชน คิดว่าพูดคุยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะพูดง่ายกว่าเป็นฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันผู้สนับสนุนพรรคประชาชาติสนับสนุนให้พรรคเข้าร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาล"

เมื่อถามถึงความชัดเจนว่ารัฐบาลภูมิใจไทยอาจได้เสียงสนับสนุนเกิน 300 เสียง นายซูการ์โนมองว่า นี่ถือเป็นเสียงศักยภาพที่จะช่วยให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ และหากเป็นเช่นนั้นจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องปากท้อง อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ยังไม่มีการพูดคุยถึงการรับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล หรือการนำเสนอนโยบายที่พรรคประชาชาติหาเสียงให้กำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่