เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังจากทางการกัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ปอยเปต ได้ดำเนินมาตรการกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มสแกมเมอร์จีนเทาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีแนวโน้มว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจพยายามหลบหนีและลักลอบข้ามแดนเข้ามายังฝั่งประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติ
ทหารพรานเพิ่มความเข้มงวดลาดตระเวน
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 1203 ได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการจัดกำลังพลออกลาดตระเวนเดินเท้าตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจุดเสี่ยงที่เคยมีประวัติการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย หนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญคือ บริเวณบ้านโคกสะแบง ซึ่งมี คลองพรมโหด เป็นแนวกั้นตามธรรมชาติระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา
ลักษณะพื้นที่เสี่ยง
ลักษณะพื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนที่มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ค่อนข้างหนาแน่นตลอดแนวลำคลอง ทำให้ยากต่อการตรวจสอบในบางช่วงเวลา และอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบข้ามแดนได้ง่าย เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนตามแนวชายแดน เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากชาวบ้านในการช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือมีการลักลอบข้ามแดน ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำข้ามคลองหรือใช้เรือลักลอบเดินทาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที
ประวัติการลักลอบเข้าเมือง
จากข้อมูลในอดีตพบว่า บริเวณคลองพรมโหด เคยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้าเมืองของทั้งชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติ โดยอาศัยช่องทางธรรมชาติและช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังได้ยาก เช่น เวลากลางคืนหรือช่วงที่มีฝนตก ทำให้พื้นที่ดังกล่าวยังคงถูกจัดเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามเป็นพิเศษ
มาตรการบูรณาการกำลัง
เจ้าหน้าที่ทหารพรานยืนยันว่า ได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย การลักลอบเข้าเมือง และรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดในช่วงนี้



