ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายกฟ้องนายธานี อ่อนละเอียด อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในคดีทุจริตโครงการเซ่นซ้ำซาก เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดได้
รายละเอียดคดี
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พบความผิดปกติในโครงการก่อสร้างถนนและสะพานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เมื่อปี 2556 ซึ่งนายธานีดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในขณะนั้น โดยมีการเซ่นซ้ำซาก คือ การอนุมัติงบประมาณซ้ำในโครงการเดียวกันหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อปี 2561
คำพิพากษา
ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานบุคคลและเอกสารมาแสดง แต่พยานดังกล่าวยังมีข้อพิรุธและไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวนายธานีได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติงบประมาณไม่ปรากฏลายเซ็นของนายธานีโดยตรง และพยานบุคคลบางปากให้การขัดแย้งกันเอง
ศาลจึงมีคำพิพากษายกฟ้องตามที่จำเลยขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้
ปฏิกิริยาจากฝ่ายจำเลย
นายธานีกล่าวหลังฟังคำพิพากษาว่า “ผมดีใจที่ศาลยุติธรรมให้ความเป็นธรรมกับผม ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ผมยืนยันความบริสุทธิ์มาตลอด และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง” พร้อมทั้งระบุว่า จะกลับมาทำงานการเมืองอีกครั้งเพื่อรับใช้ประชาชน
ผลกระทบต่อคดีอื่น
คำพิพากษานี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับคดีทุจริตที่ใช้พยานหลักฐานทางเอกสารเป็นหลัก เนื่องจากศาลให้ความสำคัญกับความชัดเจนของพยานหลักฐานมากกว่าจำนวนพยาน
ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงคนปัจจุบัน เปิดเผยว่า โครงการเซ่นซ้ำซากดังกล่าวได้ถูกตรวจสอบและแก้ไขเรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการทุจริตในลักษณะนี้อีก



