พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้สมัคร สส. ซึ่งถูกจับกุมในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยย้ำว่าคดีดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น แม้อัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้องในบางข้อหา แต่ตำรวจเตรียมทำความเห็นแย้งเพื่อเสนอต่ออัยการสูงสุดต่อไป
รายละเอียดคดีและการดำเนินการของตำรวจ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 (บก.ปส.2) สังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจากคดียาเสพติดรายสำคัญ 10 คดี จนพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องหา นำไปสู่การทลายเครือข่าย ตรวจค้นจับกุม และยึดทรัพย์สินหลายรายการตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้
พนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ทั้งสิ้น 11 ราย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน โดยโอนหรือรับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังการกระทำความผิด โดยได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดไปยังพนักงานอัยการเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2569
คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการและการเตรียมทำความเห็นแย้ง
ต่อมา พนักงานอัยการได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคดี และส่งสำนวนมายังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาความเห็นทางคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของพนักงานอัยการดังกล่าวแล้ว เตรียมทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องในส่วนที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง แล้วจะส่งสำนวนและความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุด ส่วนในความผิดอื่นนั้น พนักงานอัยการยังคงสั่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป
ผบช.ปส.ยืนยันดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
พล.ต.ท.อาชยนฯ กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวนและขยายผล รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดอย่างตรงไปตรงมา จากคดียาเสพติดรวม 10 คดี จนพบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่ายผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับ และนำไปสู่การตรวจค้นจับกุมและการยึดทรัพย์สินในคดีนี้หลายรายการตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้
พล.ต.ท.อาชยนฯ ยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา และตำรวจจะยังคงเดินหน้าต่อสู้คดีเพื่อให้เกิดความยุติธรรม



