คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดจ่าเอกหญิงสิริกร (หรือศิว์ศิรี) ปิ่นเพ็ชร์ อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารออมสิน กับพวก ในกรณีเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้รับจ้างจัดทำรายการโทรทัศน์ และรับทรัพย์สินที่มีราคาเกิน 3,000 บาท ระหว่างปี 2553-2560
รายละเอียดการกระทำความผิด
ตามรายงานเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จ่าเอกหญิงสิริกร ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในการควบคุมการผลิต ตรวจรูปแบบรายการ และมีอำนาจตัดสินใจให้รายการออกอากาศ ได้รับเงินโอนรวม 51 ครั้ง จากบริษัทกุนซือ มีเดีย จำกัด และบริษัทสตาร์ทติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นคู่สัญญาผลิตรายการโทรทัศน์ สารคดีสั้น และจัดทำวิดีโอพรีเซนเทชั่นให้ธนาคารออมสิน
บริษัทกุนซือ มีเดีย จำกัด โอนเงินผ่านนายชาติชาย จอมแก้ว ขณะที่บริษัทสตาร์ทติ้ง จำกัด โอนเงินผ่านนางสาวกวินทิพย์ เปลี่ยนศรี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,912,720 บาท
มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่าการกระทำของจ่าเอกหญิงสิริกร มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 และมาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 103 ประกอบมาตรา 122 มาตรา 123/1 และมาตรา 123/2 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
สำหรับความผิดทางวินัยนั้น ธนาคารออมสินได้ลงโทษไล่ออกจากตำแหน่งแล้ว จึงไม่มีเหตุต้องส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยอีก
การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
ส่วนบริษัทเอกชนทั้ง 2 แห่ง นายชาติชาย จอมแก้ว และนางสาวกวินทิพย์ เปลี่ยนศรี มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีต่อไป



