อดีตผู้บริหาร KXVC หลอกลวงนักลงทุนพันล้าน ใช้กลวิธี Private Allocation ปลอม
กรณีอื้อฉาวที่สั่นสะเทือนวงการ Web3 ของไทย เมื่ออดีตผู้บริหารระดับสูงของกองทุน KXVC ซึ่งเป็นกองทุน Web3 และ AI มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3,200 ล้านบาท ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงนักลงทุนด้วยดีล Token Allocation ปลอม ก่อนหายตัวไปพร้อมเงินของเหยื่อ ความเสียหายรวมประเมินไว้ที่ราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท ครอบคลุมผู้เสียหายมากกว่า 50 ราย ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอิสราเอล
จอม - กัมปนาท วิมลโนท คือใคร ?
กัมปนาท วิมลโนท หรือที่คนในวงการรู้จักกันในชื่อ "จอม" อดีตผู้บริหารวัย 37 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหราชอาณาจักร มีประสบการณ์ทำงานในแวดวงการเงินการลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเป็นผู้บริหารระดับสูงใน KXVC ตำแหน่ง Managing Director ซึ่งเป็นกองทุน Web3 และ AI มูลค่ากองทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขามักปรากฏตัวในสื่อและงาน Tech Conference ทั้งในไทยและต่างประเทศ สร้างภาพลักษณ์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่น่าเชื่อถือและอยู่ในวงในของอุตสาหกรรม
กลวิธีหลอกลวงอย่างเป็นระบบ
จากการพูดคุยกับผู้เสียหายหลายรายและการรวบรวมเอกสารหลักฐาน พบว่าจอมใช้กลวิธีที่สร้างขึ้นเป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ปี 2565 โดยเลือกเหยื่ออย่างมีเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ คนในวงการ Web3 โดยตรง นักลงทุนและนักธุรกิจสตาร์ทอัพที่เขาเคยรู้จัก และคนใกล้ชิดรวมถึงพนักงานในองค์กร กลวิธีสำคัญประกอบด้วย:
- อ้างตั๋ว VIP จาก Founder และบริษัทต้นสังกัด โดยนำเสนอโปรเจกต์ที่ KXVC กำลังจะลงทุนจริงมาเสนอเหยื่อ
- ใช้เอกสารภายในเช่น Pitch Deck ของโปรเจกต์จริงมาตบตา
- ปลอมแปลงสัญญาการลงทุน SAFT โดยใส่ชื่อตัวเองแทนและแนบสำเนาพาสปอร์ต
- อ้างความลับทางธุรกิจ ห้ามเหยื่อตรวจสอบหรือถามเจ้าของโปรเจกต์
- ใช้เทคนิค "ขาดอีกนิดหน่อย" ขอเงินเพิ่มทีละเล็กน้อยก่อนขยายเป็นก้อนใหญ่
- แอบอ้างตั้งกองทุนคู่ขนาน Parallel Fund เพื่อระดมทุนจากบุคคลทั่วไป
จุดแตกหักและความเสียหาย
ในช่วงปลายปี 2567 ถึงต้นปี 2568 เมื่อโปรเจกต์ต่างๆ ถึงกำหนด Token Generation Event (TGE) ผู้ลงทุนผ่านดีลของจอมไม่ได้รับเหรียญตามสัญญา เมื่อถูกทวงถาม จอมบ่ายเบี่ยงหรืออ้างว่า "ผมก็โดนโกงมาเหมือนกัน" ผู้เสียหายบางรายติดต่อจอมได้ครั้งสุดท้ายเมื่อมิถุนายน 2568 ก่อนเขาขาดการติดต่อโดยสิ้นเชิง แหล่งข่าววิเคราะห์ว่ารูปแบบการหลอกลวงเข้าข่าย Ponzi-style Operation โดยหมุนเงินจากเหยื่อกลุ่มใหม่มาคืนกลุ่มเก่า สาเหตุอาจมาจากการนำเงินไปเล่นเทรด Futures แบบ Leverage จนพอร์ตแตก
การดำเนินการทางกฎหมายและบทบาทขององค์กร
ผู้เสียหายหลายรายได้แจ้งความจนตำรวจออกหมายจับ แต่จอมได้หลบหนีออกนอกประเทศผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไปก่อนเพียง 1 วัน คาดว่าเดินทางไปญี่ปุ่นและอาจต่อไปสหรัฐอเมริกา ด้าน KXVC ออกประกาศเตือนในธันวาคม 2568 ว่ามีบุคคลแอบอ้างชื่อกองทุนชักชวนนักลงทุน และยืนยันว่าไม่เคยระดมทุนจากบุคคลภายนอก อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสขององค์กร เนื่องจากมีรายงานว่ามีคนติดต่อบริษัทเรื่องพฤติกรรมของจอมมาตั้งแต่ต้นปี 2568 แต่การดำเนินการล่าช้า กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงในวงการลงทุน Web3 และจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันซ้ำรอย



