ส่อพิรุธ ป.ป.ช. เจอช่องโกงจัดเก็บรายได้อุทยานทางทะเล ผลักดัน E-Ticket แก้โกงล้มเหลว
คณะทำงานชุดเฉพาะกิจอันดามัน จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยเฉพาะจุดจัดเก็บอ่าวมาหยาและเกาะไผ่ พบข้อสังเกตสำคัญที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงและการบริหารจัดการที่อาจนำไปสู่การทุจริตอย่างเป็นระบบ
ระบบเงินสดยังคงครองพื้นที่ แม้มีนโยบาย E-Ticket มานาน
จากการตรวจสอบพบว่า การจัดเก็บรายได้ยังคงใช้ระบบเงินสดเป็นหลัก แม้ว่าจะมีนโยบายผลักดันระบบออนไลน์หรือ E-Ticket มาเป็นเวลานาน และมีการประชุมติดตามหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ยังต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด โดยใช้การจดบันทึกด้วยมือในการนับจำนวนเรือและนักท่องเที่ยว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อความคลาดเคลื่อนและง่ายต่อการแก้ไขข้อมูลในแต่ละวัน
จุดจัดเก็บอ่าวมาหยามีรายได้เป็นเงินสดมากกว่า 1 ล้านบาทต่อวัน กระบวนการตั้งแต่การนับเงิน เก็บรักษา ไปจนถึงการขนส่งเงินสดกลับไปยังที่ทำการอุทยานฯ ล้วนมีความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งในเรื่องความสูญหาย ความผิดพลาดในการนับ และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
E-Ticket ล้มเหลว ช่องโหว่ทุจริตยังคงมีอยู่
คณะทำงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า แม้จะมีโครงการ E-Ticket เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตในการจัดเก็บรายได้อุทยานทางทะเลฝั่งอันดามันกว่า 20 แห่ง แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีเพียงแห่งเดียวที่ใช้ระบบออนไลน์ และยังเป็นการเก็บที่ไม่เป็นระบบ เสี่ยงต่อการคอร์รัปชัน
ตัวอย่างเช่น ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งมีการใช้ E-Ticket แบบ 100% กลับพบปัญหาการซื้อตั๋วไม่ตรงกับจำนวนและประเภทของนักท่องเที่ยว เช่น เรือที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 50 คน ซึ่งควรจ่ายค่าธรรมเนียม 400 บาทต่อคน รวม 20,000 บาท กลับซื้อตั๋วในราคาคนไทยเพียง 100 บาท หรือซื้อในราคาต่างชาติแต่เพียง 10-20 คน โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจนับอย่างเคร่งครัด
ปัญหาสวัสดิการและกำลังคนที่ไม่เพียงพอ
นอกจากช่องโหว่ทางการเงินแล้ว คณะทำงานยังพบประเด็นด้านสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่ โดยลูกจ้างอุทยานมีรายได้เพียง 9,000 บาทต่อเดือน แต่ต้องแบกรับความรับผิดชอบในการจัดการเงินรายได้แผ่นดินจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ
ร้านค้าสวัสดิการและลูกจ้างต้องแบกภาระในการขนน้ำ วัตถุดิบ และอาหารมาจำหน่ายเองเป็นรายได้เสริม แต่กลับมีเงื่อนไขที่ต้องส่งคืนรายได้ให้กรมอุทยานฯ ถึง 15% ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกไม่เป็นธรรม เนื่องจากเป็นสวัสดิการที่ควรได้รับในพื้นที่
อีกปัญหาคือจำนวนเรืออุทยานไม่เพียงพอสำหรับการดูแลนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเก็บเงินค่าเข้าอุทยาน แทนที่จะได้ดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติหรือบริการนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่
ความจงใจทำให้ระบบไม่มีประสิทธิภาพ?
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เจ้าหน้าที่ต้องขนเงินสดที่เก็บได้จากค่าเข้าอุทยานขึ้นไปบนฝั่งทุกวัน เช่น ที่อ่าวมาหยา ซึ่งเก็บได้วันละเป็นจำนวนมาก การขนส่งเงินสดนี้สร้างจุดเสี่ยงที่อาจบ่งชี้ถึงความจงใจทำให้ระบบการเก็บเงินไม่มีประสิทธิภาพ
คณะทำงานยังพบว่า แม้จะมีงบประมาณสำหรับระบบ E-Ticket ตั้งแต่ปี 2568 แต่การดำเนินการยังล่าช้า และกำลังมีการร่างข้อกำหนดใหม่ (ทีโออาร์) ขึ้นมา ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ประเด็นนี้ทีมข่าวจะนำข้อมูลชี้แจงจากกรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานต่อไป เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงทั้งสองด้านและนำไปสู่การแก้ไขที่ยั่งยืน



