ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการ Shutdown the laundering เครือข่ายฟอเร็กซ์
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้บูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด ทั่วประเทศ ปฏิบัติการดังกล่าวใช้ชื่อว่า "Shutdown the laundering" ซึ่งสามารถตรวจยึดทรัพย์สินมีมูลค่าเป็นจำนวนมาก อาทิ เงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์ซูเปอร์คาร์ 5 คัน ทองคำแท่ง โลหะเงินแท่ง เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซิร์ฟเวอร์ และเอกสารหลักฐานสำคัญ นอกจากนี้ยังได้อายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกว่า 70 บัญชี
แถลงผลปฏิบัติการ 19 มิ.ย. เปิดรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง
รายงานล่าสุดระบุว่า ในวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเป็นผู้นำทีมคณะทำงานดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งโต๊ะแถลงผลการปฏิบัติการและสรุปรายงาน พร้อมเปิดแผนผังรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองคนดัง คนในวงการบันเทิง รวมถึงบริษัทนิติบุคคลเอกชน และพยานหลักฐานสำคัญที่ได้จากการตรวจค้นเครือข่ายดังกล่าว
นักอาชญาวิทยาชี้ขบวนการมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 50 คน
รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล นักอาชญาวิทยาและอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติด้านพัฒนาองค์กร วิเคราะห์กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ขบวนการเหล่านี้มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก อาจมากถึง 50 คนขึ้นไป เนื่องจากมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลและมีการแบ่งหน้าที่กันหลายฝ่าย โดยขบวนการเหล่านี้มีการแบ่งระดับอย่างชัดเจน ได้แก่ ฝ่ายหลังบ้านที่ดูแลระบบบัญชี การเงิน และวางระบบโปรแกรมเมอร์ ฝ่ายหาลูกค้าที่อาศัยคนที่มีความน่าเชื่อถือหรือดาราเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเหยื่อ
กลไกการหลอกลวงแบบแชร์ลูกโซ่
กลไกการหลอกลวงมักอ้างผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ โดยใช้ลักษณะของแชร์ลูกโซ่ คือนำเงินจากคนใหม่มาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้คนเก่าเพื่อให้ดูเหมือนว่าได้เงินจริง การสร้างความเชื่อใจเกิดขึ้นเมื่อเหยื่อได้รับเงินในช่วงแรกก็จะเกิดความไว้วางใจและไปบอกต่อคนใกล้ชิด เช่น ญาติพี่น้อง ทำให้วงจรการหลอกลวงขยายตัว
ปัจจัยที่ทำให้การหลอกลวงแพร่กระจาย
รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์มองว่า เทคโนโลยีการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Line, TikTok และการประชุมผ่าน Zoom ทำให้สามารถหลอกลวงคนจำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว จิตวิทยาความโลภเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ขบวนการนี้อาศัยความโลภและอาการกลัวตกขบวนของคน โดยสร้างสตอรี่ให้รู้สึกว่าต้องรีบลงทุนเพื่อจะรวยเร็ว นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคทางกฎหมาย เนื่องจากผู้กระทำมักจดโดเมนและตั้งเซิร์ฟเวอร์ไว้ที่ต่างประเทศ ทำให้ยากต่อการประสานงานระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยและต่างประเทศ
ความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลและการฟอกเงิน
การเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่และนักการเมือง มักพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีสีเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องการฟอกเงิน วัตถุประสงค์ซ่อนเร้นคือเงินที่ได้จากธุรกิจสีเทาเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่ถูกต้อง เช่น การซื้อเสียงทางการเมือง ความล่าช้าของภาครัฐก็เป็นปัญหา บ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่อาจทราบเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติแต่ไม่ดำเนินการ จนกระทั่งความเสียหายขยายวงกว้างหรือมีเหยื่อที่เป็นผู้มีอำนาจแจ้งเรื่อง
แนวทางการแก้ไขปัญหา
การป้องกันต้องให้หน่วยงานรัฐให้ข้อมูลและสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวง การพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องมีความเป็นมืออาชีพและมีความรู้เฉพาะทางด้านการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บทลงโทษต้องปรับปรุงกฎหมายให้มีโทษที่หนักขึ้น โดยเฉพาะการนำกฎหมายฟอกเงินมาใช้ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้กระทำผิดรู้สึกว่าความเสี่ยงไม่คุ้มกับค่าตอบแทน
การเข้ามาเกี่ยวข้องของกลุ่มดาราและนักการเมือง
พลตำรวจตรีสุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม มองว่า ดาราส่วนใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โดยการเปลี่ยนรายได้ค่าตัวที่เป็นอัตราภาษีก้าวหน้าซึ่งค่อนข้างสูง ให้กลายเป็นเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี ส่วนนักการเมืองใช้เป็นช่องทางในการซุกซ่อนรายได้ที่ได้มาโดยไม่ชอบ เช่น ค่าโน้มน้าว หรือเงินจากการทำงานการเมือง เนื่องจากเงินดิจิทัลซุกซ่อนง่ายและนำไปฟอกเงินได้สะดวก อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มนี้จะหวังใช้ระบบเพื่อซุกเงิน แต่สุดท้ายก็มักจะถูกหลอกในลักษณะ "Forex Swift" หรือการสลับเงินที่ไม่มีอยู่จริง
เหยื่อมีหลากหลายกลุ่ม รัฐต้องคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง
เหยื่อมีหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่คนรุ่นใหม่ที่ทะเยอทะยาน นักการเมืองที่มีเงินได้รวดเร็ว นักพนันออนไลน์ ไปจนถึงลูกเศรษฐีที่หาเงินง่าย กลุ่มเปราะบางที่รัฐบาลยังขาดการคุ้มครอง เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน หรือแม้แต่ระดับด็อกเตอร์ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งมักถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกให้โอนเงินโดยอ้างเรื่องภาษีหรือการตรวจสอบบัญชี ทางออกต้องมี Digital Prevention โดยต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่รู้โครงสร้างดิจิทัลอย่างแท้จริงมาช่วยป้องกันในโลกเสมือน รัฐบาลต้องสร้างระบบป้องกันและแจ้งเตือนภัย เพื่อไม่ให้ข้อมูลเท็จเข้าถึงผู้บริโภค และต้องประมวลหาความเสี่ยงของกลุ่มเปราะบางเพื่อป้องกันความเสียหาย



