ปฏิบัติการตัดบัตรกรุงเก่า: ป.ป.ท.จับกุมปลัดอำเภอและลูกจ้างในขบวนการทุจริตออกบัตรประจำตัวให้บุคคลต่างด้าว
วันนี้ (31 มีนาคม 2569) เวลา 09.30 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำโดยนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต รวมถึง ปปท. เขต 1 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร 4 แห่ง ประกอบด้วยนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อเปิดปฏิบัติการสำคัญภายใต้ชื่อ 'ตัดบัตรกรุงเก่า'
การจับกุมและข้อกล่าวหา
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เข้าจับกุมผู้ต้องหา 6 คน ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยผู้ถูกจับกุมประกอบด้วยปลัดอำเภอ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตรฯ, ลูกจ้างฝ่ายทะเบียนและบัตรฯ, เจ้าบ้าน และนายหน้า 4 คน ทั้งหมดถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในขบวนการทุจริตออกบัตรประจำตัวให้แก่บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
ข้อกล่าวหาหลักมีดังนี้:
- ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- ความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 เกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลเท็จในการทะเบียน
ที่มาของการสืบสวน
ก่อนหน้านี้ ปปท. เขต 1 ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่อำเภอวังน้อย โดยมีรายงานว่านายหน้านำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาย้ายทะเบียนบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเป็นจำนวนมากผิดปกติ เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย
จากการประสานงานกับกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่าฝ่ายทะเบียนและบัตรที่ทำการปกครองอำเภอวังน้อยได้ออกบัตรประจำตัวดังกล่าวให้กับบุคคลต่างด้าวจริง โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี
พฤติการณ์การทุจริตที่ตรวจพบ
การสืบสวนลึกลงไปเผยให้เห็นรูปแบบการทุจริตที่ซับซ้อน 4 ประการ ดังนี้:
- การแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านเป็นเท็จ: มีการยื่นคำร้องขอย้ายชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ในพื้นที่อำเภอวังน้อยเป็นจำนวนมาก โดยใช้บ้านเป้าหมายเพียง 3 หลัง ซึ่งบุคคลต่างด้าวไม่ได้พักอาศัยอยู่จริง
- การจัดทำบัตรประจำตัวทันทีหลังย้ายทะเบียน: หลังจากดำเนินการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว จะมีการยื่นคำร้องขอทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยในทันที
- การแจ้งย้ายออกอย่างรวดเร็ว: เมื่อได้รับบัตรประจำตัวแล้ว จะแจ้งย้ายชื่อคนต่างด้าวออกจากทะเบียนบ้านทันทีหรือภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งแสดงเจตนาว่าการย้ายเข้ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำบัตรเท่านั้น
- การให้ผลประโยชน์ตอบแทน: เจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับการติดต่อจากปลัดอำเภอหรือลูกจ้างของที่ว่าการอำเภอวังน้อยให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสาร และจะได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000-3,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 คน
การละเมิดกฎหมายและระเบียบ
ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นายทะเบียนมีหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ย้ายได้เข้ามาอาศัยอยู่จริงโดยมีเจตนาเปลี่ยนภูมิลำเนา รวมทั้งความสัมพันธ์กับเจ้าบ้านหรือผู้อยู่ในบ้าน โดยเฉพาะกรณีผู้เยาว์ต้องตรวจสอบว่ามีบิดามารดาหรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนาอยู่ด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่านายทะเบียนไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าว อีกทั้งการขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง พ.ศ.2562 ต้องมีการยื่นคำขอ ณ สำนักทะเบียนที่ผู้นั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ และต้องเรียกตรวจสอบหลักฐานยืนยันตัวบุคคล
ในกรณีนี้ การตรวจสอบพบว่านายทะเบียนไม่ได้สอบถ้อยคำพยานเพื่อยืนยันตัวบุคคลผู้ขอมีบัตร และไม่พบเอกสารการสอบถ้อยคำทั้งในแฟ้มเก็บเอกสารและในฐานข้อมูลการทะเบียนแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ปฏิบัติการ 'ตัดบัตรกรุงเก่า' ในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของหลายหน่วยงานในการปราบปรามการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อระบบการทะเบียนราษฎรและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากบุคคลต่างด้าวผ่านช่องทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย



