ใบสั่งจราจรนายกฯ อนุทิน ปมร้อน! ผบ.ตร. สั่งเร่งสอบข้อมูลหลุดจากระบบตำรวจ
ใบสั่งจราจรนายกฯ อนุทิน ปมร้อน ผบ.ตร. สั่งเร่งสอบ

ใบสั่งจราจรนายกฯ อนุทิน ปมร้อน! ผบ.ตร. สั่งเร่งสอบข้อมูลหลุดจากระบบตำรวจ

ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับการโดนใบสั่งจราจรจากตำรวจ ซึ่งปรากฏข้อมูลตั้งแต่ปี 2560 โดยเพจ CSI LA ที่เป็นที่รู้จักดีในแวดวงการเมืองไทยได้เปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว ใบสั่งดังกล่าวอ้างอิงจากบันทึกข้อมูลของกรมตำรวจ มีอัตราค่าปรับใบละ 500 บาท แต่จุดที่น่าสนใจคือสถานะในบันทึกระบุว่ามีอายุความ-ยกเลิก และเป็นใบสั่งใหม่ พร้อมเปิดเผยข้อหาตามใบสั่งว่าเป็นการขับรถเร็วกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.จราจร มาตรา 67

ประเด็นร้อนในโลกโซเชียลและการตอบสนองจากตำรวจ

เรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลมีเดีย โดยมีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ตั้งแต่การล้อเลียนว่าใบสั่งมีหลายใบ มีเงินจ่ายค่าปรับหรือไม่ ไปจนถึงการวิจารณ์อย่างรุนแรงว่านายกรัฐมนตรียังไม่จ่าย แล้วใครจะจ่ายล่ะในตอนนี้ ความร้อนแรงของประเด็นนี้ส่งผลถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องออกโรงสั่งการให้เร่งสอบสวนเรื่องใบสั่งที่ระบุชื่อนายอนุทิน โดยอ้างว่าข้อมูลหลุดออกมาจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่ดึงออกจากระบบของกรมตำรวจผ่านแอปพลิเคชัน Discord เพื่อนำข้อมูลใบสั่งออกมาขายและแจกจ่ายกัน

การสอบสวนครอบคลุมถึงการตรวจสอบว่าเป็นฝีมือของใคร ทำจากที่ไหน มีเจ้าหน้าที่ภายในคือตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลออกมาเผยแพร่หรือไม่ รวมทั้งต้องตรวจสอบว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายอื่นหรือไม่ อย่างไร จากคำพูดของ ผบ.ตร. ชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่มีความผิดแน่นอน เพราะเป็นการล้วงเอาข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องได้รับการคุ้มครองปกป้องมาเผยแพร่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานะใบสั่งและการจ่ายค่าปรับ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนคือสถานะของใบสั่งที่ระบุว่าหมดอายุความ-ยกเลิกใบสั่ง-ใบสั่งใหม่ หมายถึงอะไร และมีการจ่ายค่าปรับ 500 บาทตามกฎหมายแล้วหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร แม้แต่รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี หากทำอะไรฝ่าฝืนกฎหมาย ย่อมต้องมีความผิดทั้งสิ้น

นอกจากนี้ คนระดับ "บิ๊ก" อย่างนายกรัฐมนตรี การจ่ายค่าปรับตามใบสั่งคือการแสดงออกว่าเคารพกฎหมาย ไม่มีอภิสิทธิ์ และต้องทำตัวเป็นแบบอย่างสำหรับคนทั่วไป เหมือนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีที่โดนวิจารณ์เรื่องขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อค หรือกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องจ่ายค่าปรับ 6,000 บาท จากการไม่สวมหน้ากากอนามัยในช่วงโควิด-19

ความเป็นไปได้และความสำคัญของการชี้แจง

ในกรณีนายอนุทิน หากมองในเชิงบวก นายกรัฐมนตรีน่าจะไม่ได้ละเลยและคงจ่ายค่าปรับครบถ้วนแล้ว เพราะเงินค่าปรับเพียง 500 บาท ไม่น่าจะสร้างผลกระทบใดๆ ต่อฐานะทางการเงินของท่าน แต่เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องชี้แจงยืนยันเป็นเรื่องเป็นราวว่ามีการจ่ายค่าปรับหรือไม่ ไม่เพียงแค่การสั่งการตรวจสอบของ ผบ.ตร.

หรือหากคนขับรถในวันดังกล่าวไม่ใช่นายอนุทิน แต่เป็นพลขับหรือคนอื่นนำรถออกไป หรือมีใครไปจัดการ "เคลียร์" ค่าปรับ เพื่อหวังไม่ให้เรื่องโยงไปถึงตัวนายกรัฐมนตรี หรือทำโดยนายกรัฐมนตรีไม่รู้ ก็ต้องชัดเจนเช่นกันว่าเป็นใคร จ่ายหรือไม่จ่าย หรือมี "เบ่ง" อะไรหรือไม่ หรืออาจอ้างว่าเป็นการออกใบสั่งระหว่างนายกรัฐมนตรีเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่หรือตรวจงานราชการในต่างจังหวัด ซึ่งปกติก็มักมีตำรวจในพื้นที่คอยอำนวยความสะดวกให้ ไม่น่าจะมีการออกใบสั่ง

การชี้แจงเรื่องการจ่ายค่าใบสั่ง แม้จะเป็นเงินเล็กน้อยแค่ 500 บาท จึงมีความหมายสำคัญและเป็นความสง่างามของนายกรัฐมนตรี แม้ว่าขณะนั้นจะยังไม่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่เป็นผู้นำรัฐบาลก็ตาม เพราะขนาด "ครูใหญ่" นายเนวิน ชิดชอบ เมื่อครั้งขับขี่บิ๊กไบค์ไปเป็นกลุ่มรวม 6 คน และโดนจับปรับคนละ 400 บาท ก็ยินยอมจ่ายแต่โดยดี เท่ากับทำตัวเป็นแบบอย่างมาก่อนแล้ว "ครูน้อย" ที่ได้ขยับชั้นขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีก็ควรต้องทำตาม