สตง. ยุติโครงการก่อสร้างอาคารใหม่หลังถล่มจากแผ่นดินไหว เตรียมคืนที่ดินให้การรถไฟ
สตง.ยุติก่อสร้างอาคารใหม่หลังถล่ม เตรียมคืนที่ดิน

สตง. ประกาศยุติโครงการก่อสร้างอาคารใหม่หลังเหตุแผ่นดินไหวถล่ม เตรียมคืนที่ดินให้การรถไฟ

นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้แถลงข่าวในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สตง. ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างทรุดตัวและพังถล่ม โดยล่าสุดได้ตัดสินใจไม่ดำเนินการก่อสร้างต่อ และอยู่ระหว่างเตรียมคืนสัญญาเช่าที่ดินให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยในวันนี้ (23 มีนาคม 2569)

สาเหตุการถล่มและกระบวนการยุติธรรม

โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2561 ด้วยวงเงินก่อสร้างกว่า 2,136 ล้านบาท แต่ภายหลังประสบปัญหาการก่อสร้างล่าช้าและข้อบกพร่องด้านวิศวกรรม จากผลการตรวจสอบโดย 4 สถาบันวิศวกรรม พบข้อบกพร่องสำคัญ เช่น การออกแบบและก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ผนังรับแรงเฉือนมีความแข็งแรงไม่เพียงพอ และจุดเชื่อมต่อโครงสร้างบางส่วนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อาคารไม่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้

ในด้านกระบวนการยุติธรรม ขณะนี้มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้วทั้งสิ้น 23 ราย ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในความผิดเกี่ยวกับการออกแบบ ควบคุม และก่อสร้าง โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิดเกี่ยวกับธุรกิจของคนต่างด้าว และได้ส่งเรื่องทุจริตให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาแล้ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเยียวยาและความรับผิดชอบ

สำหรับการเยียวยาและให้ความช่วยเหลือ นอกจากการแจ้งบริษัทประกันภัยให้จ่ายสินไหมทดแทนแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตตามวงเงินของแต่ละสัญญาประกันแล้ว ยังได้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ช่วยกำกับดูแลให้บริษัทประกันจ่ายตามกรมธรรม์และกฎหมาย รวมถึงการประสานหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และบริษัทผู้รับเหมา ในการมอบเงินช่วยเหลือและเยียวยาเบื้องต้น เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 129 ล้านบาท

โฆษก สตง. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน สตง. ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างและควบคุมงานแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และประสานบริษัทประกันภัยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและตรวจสอบการยกเลิกสัญญาโครงการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ดำเนินคดีตามหน้าที่และอำนาจ ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง พร้อมกับเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของภาครัฐและงบประมาณที่สูญหายไป

แผนการในอนาคตและความโปร่งใส

"แผนการก่อสร้างอาคารใหม่ ขณะนี้ยังไม่มีโครงการเพิ่มเติม และได้ระงับงบประมาณในพื้นที่เดิมไว้แล้ว และในที่ดินตรงนั้นคงไม่มีใครอยากไปอยู่ที่เป็นแผลของเรา จึงอยู่ระหว่างรอคืนสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนแนวทางในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และจากเหตุที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าแบบแผนนั้นจะถูกนำมาสร้างแบบไม่ถูกกฎหมาย ในวันนั้นเชื่อว่าผู้รับจ้างทำถูกเพราะเวลาลงตรวจสอบหน้างานก็เป็นไปตามที่ได้รับรายงานมา แต่พอรู้ว่าผู้รับเหมากระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีกันต่อไป" นายสุทธิพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ โฆษกฯ ยืนยันว่า สตง. ตั้งแต่เกิดเหตุได้มีการเตรียมเอกสารทั้งหมด 44,412 แผ่น พร้อมให้หน่วยงานตรวจสอบ และพร้อมให้ความร่วมมือทุกมิติ หากพิสูจน์แล้วว่ามีความผิดสามารถดำเนินการได้ทันที โดยย้ำว่า กรณีนี้ สตง. จะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ และแยกแยะหน้าที่การทำงานของพนักงานอีก 3-4 พันคนออกจากความรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้