สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตอบโต้ปมญาติรับงานรัฐ ระบุวิจารณ์นักวิชาการน่ารังเกียจ
สิริพงศ์ ตอบโต้ปมญาติรับงานรัฐ ชี้วิจารณ์น่ารังเกียจ

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตอบโต้ปมญาติรับงานรัฐ ย้ำวิจารณ์นักวิชาการน่ารังเกียจ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลชัดเจนในกรณีที่นักวิชาการออกมาเปิดเผยประเด็นคนในตระกูลอังคสกุลเกียรติรับงานรัฐบาลอาจเข้าข่ายทุจริต โดยยืนยันว่า นักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะที่พร้อมรับการตรวจสอบได้เสมอ แต่การวิเคราะห์วิจารณ์ของนักวิชาการควรใช้หลักการอย่างไม่มีอคติและไม่บิดเบือนข้อมูล

ชี้แจงประวัติหจก.ไทยเจริญศรีสะเกษ

นายสิริพงศ์ ระบุว่า หจก.ไทยเจริญศรีสะเกษ เป็นห้างหุ้นส่วนที่เปิดทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งในเวลานั้นตนยังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เท่านั้น โดยหจก.ดังกล่าวมีสถานะเป็นนักธุรกิจชั้น 1 มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ดังนั้น การที่บริษัทนี้จะได้รับงานรับเหมาจากรัฐบาลจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

ในส่วนของความสัมพันธ์ทางเครือญาติ นายสิริพงศ์ อธิบายว่า การเป็นญาติหรือนามสกุลเดียวกันนั้นตัดกันไม่ขาด โดยตนยังคงนับถือผู้ใหญ่ในตระกูลและพบปะกันในช่วงงานเทศกาลสำคัญเท่านั้น แต่ทั้งสองครอบครัวได้แยกกันออกไปทำมาหากินอย่างอิสระ เขายังเสริมว่า หากจะให้ญาติหยุดทำอาชีพเพราะตนเล่นการเมืองก็ไม่ถูกต้อง และการที่ญาติจะขอให้ตนเลิกเล่นการเมืองเพราะเป็นนักธุรกิจร่ำรวยก็น่าจะเป็นทางออกที่ง่ายกว่า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิจารณ์นักวิชาการอย่างรุนแรง

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า การกล่าวหาว่ามีความผิดเพราะเป็นเครือญาตินั้นไม่เป็นธรรม เพราะในแวดวงการเมือง มีตัวอย่างมากมายที่คนในครอบครัวเดียวกันอยู่คนละฝ่าย เช่น ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงฝ่ายที่นักวิชาการคนดังกล่าวสนับสนุนก็มีญาติที่มีคดีความเช่นกัน ดังนั้น เขายืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงสักประการ และเรียกร้องให้ผู้วิพากษ์วิจารณ์ใช้ข้อมูลอย่างครบถ้วนโดยปราศจากอคติ

เขายังเหน็บแนมว่า การเป็นนักวิชาการที่นำเสนอความคิดเห็นจากพาดหัวข่าวโดยไม่มีรายละเอียดนั้นไม่ถูกต้อง พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบการเมืองเป็นสิ่งควรทำ แต่การกล่าวหาอย่างเลื่อนลอยหลายประการจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดนั้นเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง

ตอบคำถามกระบวนการทำลายล้าง

เมื่อถูกถามว่ากรณีนี้เป็นกระบวนการทำลายล้างหรือไม่ นายสิริพงศ์ ตอบว่า เป็นไปได้หลายส่วน โดยตนจะทำหน้าที่ชี้แจงในจุดที่สามารถอธิบายได้ แต่หากมีส่วนที่บิดเบือนและก่อให้เกิดความเสื่อมเสียก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เขามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาในวงการการเมือง ที่มักมีการกล่าวหาผู้เล่นการเมืองด้วยข้อกล่าวหาเท็จ

สำหรับประเด็นการใช้นักวิชาการโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่งในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ชัดเจนแล้วว่าพรรคใดอยู่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน หลังประชาชนตัดสินใจแล้ว รัฐบาลควรได้รับเวลา 4 ปี ตามเงื่อนไขและกฎหมาย เพื่อทำงานให้บรรลุผล การเริ่มต้นดิสเครดิตกันตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำงานนั้นไม่ใช่การเมืองสร้างสรรค์หรือการเมืองแบบใหม่ แต่เป็นการเมืองยุคโบราณที่คงไม่ใช่แนวทางของพรรคฝ่ายค้านในปัจจุบัน