ค้านเลื่อนตำแหน่งผอ.ป.ป.ช.เมาแล้วขับ ครอบครัวไรเดอร์วอนตำรวจดำเนินคดีตรงไปตรงมา
ค้านเลื่อนตำแหน่งผอ.ป.ป.ช.เมาแล้วขับ ครอบครัวไรเดอร์วอนตำรวจ

จากกรณีนายจรงค์ เกราะเหมาะ อายุ 52 ปี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะสี่ประตูพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์ จนแขนขาดร่างกระเด็นเสียชีวิตบนสะพานต่างระดับบางรักน้อย ถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก ตำบลบางรักน้อย อำเภอเมืองนนทบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังก่อเหตุไม่ยอมหยุดรถกลับพยายามขับหนี แต่ยางแตกไปไม่รอด หนำซ้ำมีเพื่อนนั่งรถแท็กซี่ตามมาพยายามสมอ้างเป็นคนขับแทน ตำรวจไม่สนคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พุ่งสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนใช้ตำแหน่งประกันตัวไป

ความคืบหน้าล่าสุด

เมื่อช่วงสายวันที่ 30 พฤษภาคม ที่สถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง จังหวัดนนทบุรี นางสาววิยะดา นาคงสี และนายอัศวะเทพ นาคงสี พี่สาวและพี่ชายพร้อมลูกสองคนของนายศรนรินทร์ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีและให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ตำรวจสอบถามรายละเอียดของคดีในเบื้องต้นแล้ว คดียังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาววิยะดาเปิดเผยว่า คู่กรณีเดินทางไปที่วัดเพื่อขอขมาศพพร้อมมอบเงิน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจัดงานศพ ส่วนเรื่องเงินเยียวยาหลังเสร็จสิ้นพิธีศพจะพูดคุยกันอีกครั้ง เบื้องต้นพูดคุยกันไว้ 500,000 บาท ตนมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพออย่างแน่นอนและจะเรียกร้องเพิ่มเติม เนื่องจากน้องชายยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกอีกสองคน ต้องการให้คู่กรณีรับผิดชอบมากกว่านี้ ส่วนคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพมากกว่า เพราะจากคลิปเหตุการณ์วันเกิดเหตุที่มีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ หรือการยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุราและไม่ได้เป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ ทางครอบครัวยอมรับว่ารู้สึกกังวล เนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง ครอบครัวของตนเป็นเพียงรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ อยากขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นางสาววิยะดาเผยอีกว่า ส่วนเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งเข้าไปชกหน้าคู่กรณีภายในงานศพ ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ญาติ เป็นเพื่อนของน้อง สาเหตุที่เข้าไปทำร้ายร่างกายเพราะรักเพื่อน เนื่องจากที่ผ่านมาน้องชายให้ความช่วยเหลือเพื่อนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ครอบครัวตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่กรณี ทุกคนเข้าใจตรงกัน

เพื่อนผู้ตายเข้าพบตำรวจ

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายธนัท บุญมาก อายุ 26 ปี และทนายอาสาเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังเข้าไปต่อยหน้านายจรงค์ที่วัดทุ่งครุ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 พฤษภาคม นายธนัทเผยว่ารู้จักกับผู้ตายมาประมาณ 1-2 ปี ทำงานเป็นไรเดอร์ ผู้ตายเคยช่วยเหลือเงินค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ อยากขอโทษและยอมรับผิดที่ไปต่อยคู่กรณี ขณะที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่มาแจ้งความดำเนินคดี

อดีตสส.ค้านเลื่อนตำแหน่ง

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกคำสั่งที่ 455/2569 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ให้ย้ายนายจรงค์จากผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เป็นผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีพิเศษ ถือเป็นการเลื่อนตำแหน่งในลักษณะสูงขึ้น จากเดิมที่ได้เงินเพิ่มเดือนละ 18,000 บาท เป็นเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 40,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงการไม่มีระบบธรรมภิบาลในการบริหารงานบุคคล เล่นพรรคเล่นพวก ทำร้ายความรู้สึกของสังคมอย่างชัดเจน เพราะนายจรงค์ยังเป็นผู้ต้องหาของสถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง ในคดีเมาสุราขับรถชนไรเดอร์ตายแล้วขับรถหนีจนพลเมืองดีต้องขับรถตามไปไกลถึง 1 กิโลเมตร เป็นข่าวอื้อฉาวไปทั้งประเทศ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กร ป.ป.ช.เป็นอย่างยิ่ง

นายวัชระกล่าวว่า ตามหลักปฏิบัติต้องโยกย้ายออกจากตำแหน่งหน้าที่แล้วตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อลงโทษทันที สำนักงาน ป.ป.ช.กลับมีคำสั่งเชิดชูปูนบำเหน็จเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น และมีภาษีประชาชนเป็นเงินเพิ่มแถมให้ถึงเดือนละ 40,000 บาท ที่ได้ของขวัญเช่นนี้เพราะเป็นคนในกลุ่มของ 2 ต. และ 2 อ. ขุมกำลังเครือข่ายของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ใช่หรือไม่ และในคืนก่อนเกิดเหตุนายจรงค์ไปร่วมดื่มสุรากับคนกลุ่มนี้มาใช่หรือไม่ ขอคัดค้านการเลื่อนตำแหน่งของนายจรงค์ และขอให้เลขาธิการ ป.ป.ช.ทบทวนยกเลิกคำสั่งนี้ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัย อาญา และจริยธรรม แล้วรีบลงโทษไล่ออกจากราชการด้วยมาตรฐานเดียวกับข้าราชการหน่วยงานอื่นที่ ป.ป.ช.เคยลงมติไล่ออกจากราชการมานับไม่ถ้วน องค์กร ป.ป.ช.ต้องตรงไปตรงมา อย่าใช้อภิสิทธิ์ปกป้องข้าราชการเมาแล้วขับรถชนคนตาย

ครอบครัวคู่กรณีไปร่วมงานศพ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่วัดทุ่งครุ ญาติจัดพิธีสวดอภิธรรมศพนายศรนรินทร์ เป็นคืนที่สอง ภรรยาและพี่สาวของนายจรงค์เป็นตัวแทนเดินทางเข้าเคารพศพพร้อมเปิดเผยว่า วันนี้นายจรงค์ตั้งใจที่จะมาร่วมงาน แต่ครอบครัวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเมื่อวานนี้เกิดเหตุทำร้ายร่างกายขึ้น อีกทั้งในวันนี้นายจรงค์ไปตรวจร่างกายแพทย์ระบุว่าใต้ตาช้ำ ปากเย็บ 8 เข็ม และแขนข้างขวาได้รับบาดเจ็บจากการล้ม ครอบครัวลงความเห็นส่งภรรยาและพี่สาวมาทำหน้าที่แทน ยืนยันในคำสัญญาเดิมที่ให้ไว้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่จะมาร่วมงานศพทุกวัน รวมทั้งจะเยียวยากับครอบครัวผู้สูญเสียเท่าที่กำลังของครอบครัวจะมีกำลังเยียวยาให้ได้