ปปง. พร้อมสอบเส้นเงินโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น เผยผู้ร่วมขบวนการเริ่มให้เบาะแส
ปปง.พร้อมสอบเส้นเงินโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ผู้ร่วมขบวนการเริ่มให้เบาะแส

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เตรียมเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงหลักพันล้านบาท โดยนายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ร่วมขบวนการเริ่มให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่แล้ว

ปปง. พร้อมบูรณาการตรวจสอบเส้นเงิน

นายวิทยากล่าวว่า ปปง. พร้อมที่จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยเบื้องต้นพบว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบเป็นพันล้านบาท และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก

“การทุจริตในการสอบข้าราชการเดิมมีการร้องเรียนมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่เรียกรับเงินแต่ไม่สามารถทำให้สอบเข้าได้ตามที่ตกลง แต่ในกรณีนี้เป็นครั้งแรกที่เรามีพยานหลักฐานชัดเจน พบคนที่นั่งแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ ซึ่งเงินที่หมุนเวียนในระบบมีค่าเป็นพันล้านบาท” นายวิทยากล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้ร่วมขบวนการเริ่มให้เบาะแส

นายวิทยาเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ร่วมขบวนการเริ่มให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้การขยายผลดำเนินไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยผู้ที่ให้ความร่วมมืออาจได้รับโทษลดลงหรือได้รับการยกเว้นโทษตามกฎหมาย

“คนที่อยู่ในขบวนการ ถ้าคุณจะรอดต้องขอกันตัวเองเป็นพยาน แล้วต้องให้ข้อมูลชี้ช่องว่าใครอยู่เบื้องหลัง ไม่อย่างนั้นคุณต้องรับเคราะห์ไปคนเดียว เพราะกฎหมายมีกำหนดในเรื่องกันเป็นพยาน คนที่อยู่ในกระบวนการก็ต้องเลือกเอาว่า ท่านจะยอมสละอนาคตและชื่อเสียงเพื่อไปปกป้องคนกระทำผิด แต่ถ้ายอมกันตัวเองเป็นพยานและให้ข้อมูล คุณจะได้รับโทษลดลง หรืออาจไม่ได้รับโทษเลย” นายวิทยากล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ลักษณะการกระทำผิดและช่องโหว่

นายวิทยาระบุว่า การกระทำผิดในครั้งนี้มีเครือข่ายที่แน่นอน แต่ผู้ที่ถูกจับกุมเป็นเพียง “มดงาน” ที่รับจ้างทำ ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังยังคงเป็นปริศนา ซึ่งการนำไฟล์ข้อสอบออกมาได้นั้นไม่ใช่คนธรรมดาที่จะทำได้ จำเป็นต้องมีเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ

“ด้วยความที่เคสนี้เป็นเคสใหญ่ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะผู้ที่ทำแบบนี้ได้ ต้องมีความมั่นใจและมีภูมิหลังที่เชื่อว่า ถ้ากระทำผิดแล้วจะมีคนที่ปกป้องได้ และมีโอกาสเป็นไปได้ที่กลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมกระทำผิดซ้ำ” นายวิทยากล่าว

ช่องโหว่ที่สำคัญคือ การควบคุมไฟล์กระดาษคำตอบ ซึ่งตามปกติหลังสอบเสร็จ ตัวกระดาษคำตอบจะถูกนำไปเก็บในโกดัง แต่ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์จะต้องส่งมอบในวันนั้น การที่สามารถนำไฟล์ออกไปแก้ไขได้ แสดงว่ามีช่องโหว่ในกระบวนการจัดเก็บและส่งมอบไฟล์

กระบวนการฟอกเงินของเครือข่าย

นายวิทยาอธิบายถึงกระบวนการฟอกเงินของกลุ่มทุจริตว่า มีหลายวิธีตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน เช่น การนำเงินไปซื้อทรัพย์สิน หรือฝากธนาคาร แต่ส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดจะไม่เก็บไว้กับตัวเอง จะโอนถ่ายไปยังบุคคลที่ 2-3 หรือนำไปจัดตั้งธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร หรือบริษัท เพื่อเสียภาษี โดยนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปรวมกับรายได้ของธุรกิจบังหน้า เพื่อให้ดูเป็นรายได้ที่ถูกต้อง

“ถ้าไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่ดี ก็อาจจะเป็นกระบวนการในการฟอกเงินได้ หรือมีกระบวนการฟอกเงินโดยส่งไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิด นอมินี มีบัญชีม้า และที่น่ากลัวคือ การนำเงินไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ปกปิดตัวตน แต่ปกติบุคคลที่กระทำผิดจะไม่ทำธุรกรรมด้วยตัวเอง” นายวิทยากล่าว

การตรวจสอบเส้นเงินและหลักฐาน

นายวิทยากล่าวว่า ปปง. จะต้องรอให้ ป.ป.ช. และ บช.ก. ส่งเรื่องมายัง ปปง. ก่อน ซึ่งขณะนี้ทั้งสองหน่วยงานอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานในชั้นต้น โดยล่าสุดมีการพูดคุยกับ ป.ป.ช. ว่าอาจให้ ปปง. ไปร่วมตรวจสอบเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของเส้นทางการเงิน

“ในชั้นแรกจะมีการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับมาจากสถาบันการเงินก่อน แต่การจะตรวจละเอียดทุกบัญชีและทรัพย์สิน จะต้องมีพยานหลักฐานหนักแน่น ดังนั้นตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นของ ปปง. ด้วยเหมือนกัน แต่ยังไม่สามารถระบุถึงเส้นเงินที่น่าสงสัยได้อย่างชัดเจนในเบื้องต้น” นายวิทยากล่าว

ส่วนหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอหรือคลิปเสียงนั้น นายวิทยาระบุว่า ต้องมีการพิสูจน์ทราบอีกหลายขั้นตอน สิ่งนี้เป็นข้อมูล แต่ไม่ใช่ข้อมูลหลักเพียงอย่างเดียว จะต้องมีข้อมูลอื่นมาประกอบด้วยว่าบุคคลที่พูดมีตัวตนจริงหรือไม่

คาดทรัพย์สินมากกว่าทุกคดีที่ผ่านมา

นายวิทยากล่าวว่า การทุจริตในการโกงสอบรอบนี้ คาดว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมีจำนวนมากกว่าทุกคดีที่เคยเจอมา และมีผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นพันคน ซึ่งการตรวจสอบจะต้องใช้เวลาและความรอบคอบ

“คนที่อยู่ในขบวนการ ถ้าคุณจะรอดต้องขอกันตัวเองเป็นพยาน แล้วต้องให้ข้อมูลชี้ช่องว่าใครอยู่เบื้องหลัง ไม่อย่างนั้นคุณต้องรับเคราะห์ไปคนเดียว เพราะกฎหมายมีกำหนดในเรื่องกันเป็นพยาน” นายวิทยากล่าวย้ำ