นายกฯ สั่งปราบอาชญากรรมข้ามชาติสุดซอย เปิดช่องผู้เสียหายยื่นขอคืนทรัพย์สินภายใน 90 วัน
นายกฯ สั่งปราบอาชญากรรมข้ามชาติสุดซอย เปิดช่องคืนทรัพย์สิน 90 วัน (09.04.2026)

นายกฯ ประกาศปราบอาชญากรรมข้ามชาติสุดซอย สั่งตรวจสอบเส้นทางเงินนอมินี

วันนี้ (9 เมษายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกรณีกลุ่มสแกมเมอร์ที่ใช้บริษัทนอมินีเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศไทย นายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลได้ยกระดับกฎเกณฑ์การทำธุรกรรมทางการเงินให้เข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสกัดกั้นมิจฉาชีพที่พยายามหลบเลี่ยงกฎหมาย

มาตรการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติและความร่วมมือระหว่างประเทศ

นายกฯ เปิดเผยว่า หากตรวจพบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติหรือไม่สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจทั่วไป เจ้าหน้าที่มีอำนาจสันนิษฐานและตรวจสอบพฤติการณ์ทันที พร้อมยกตัวอย่างกรณีการประมูลเรือยอร์ชของ "นางสาวแตงไทย" ซึ่งพบความผิดปกติทางการเงินที่ไม่สอดคล้องกับรายได้ที่แท้จริง เป็นบทเรียนสำคัญที่นำไปสู่การขยายผลสืบสวน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับต่างประเทศ เพื่อร่วมกันสืบสวนหาเส้นทางการเงินข้ามพรมแดน

นายกฯ มั่นใจด้วยศักยภาพทางเทคโนโลยีและความสามารถของเจ้าหน้าที่ อาชญากรจะมีโอกาสรอดพ้นกระบวนการยุติธรรมได้ยาก

ยืนยันบริษัทนอมินีไม่ใช่ "ผี" และมาตรการควบคุมการเข้าออกประเทศ

ต่อข้อซักถามเกี่ยวกับบริษัทนอมินีที่มักถูกเรียกว่า "บริษัทผี" นายอนุทินยืนยันเสียงแข็งว่าขบวนการที่ตรวจสอบพบมีบุคคลที่มีตัวตนชัดเจน พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น และระบุว่ารัฐบาลได้ปิดประตูการเข้าออกประเทศไทยแบบไร้การควบคุมเหมือนในอดีต โดยมีการส่งกลับอาชญากรที่มีหมายจับจากประเทศต้นทางอย่างต่อเนื่อง และคุมเข้มการขอสัญชาติไทยอย่างถึงที่สุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
"ตั้งแต่วันแรกในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้าปราบปรามเรื่องนี้แบบสุดซอย และกำชับ ปปง. และ ตร. ทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอิทธิพลหรือคอนเน็กชันใด ๆ ความเดือดร้อนของประชาชนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด"

ความคืบหน้าคดีและมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่ายังเหลือคดีฉ้อโกงหนึ่งคดีที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และจะดำเนินการออกหมายจับพร้อมประสานงานออก "หมายแดง" เพื่อติดตามตัวต่อไป ด้านนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ประกาศข่าวดีสำหรับผู้เสียหาย โดย ปปง. กำลังจัดทำประกาศให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับทรัพย์สินคืน

  • เปิดศูนย์คุ้มครองสิทธิ์ที่สำนักงาน ปปง. และสถานีตำรวจภูธรทุกจังหวัดทั่วประเทศ
  • มีช่องทางออนไลน์และไปรษณีย์เพื่ออำนวยความสะดวก
  • ผู้เสียหายมีเวลา 90 วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเตรียมเอกสาร เช่น สลิปการโอนเงิน รายการเดินบัญชี และหลักฐานการแจ้งความ

เอกสารเหล่านี้จะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการธุรกรรมและอัยการเพื่อยื่นต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งโอนทรัพย์สินคืนต่อไป

ยืนยันดำเนินคดีอย่างเข้มงวดและจัดการทรัพย์สินที่อายัด

นายกฯ ยังได้ฝากถึงกรณีที่ผู้ต้องหาอาจจ้างทนายความชื่อดังมาสู้คดี โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่กังวล เพราะหากพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายจริง ต่อให้ทนายเก่งเพียงใดก็ไม่มีทางชนะคดีได้ สำหรับทรัพย์สินประเภทเรือยอร์ชแอตลาสที่อายัดไว้ได้แล้วนั้น ปปง. อยู่ระหว่างเตรียมการนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาคืนให้แก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด