ตำรวจเผยความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ จับแล้ว 3 ใน 5 ผู้ต้องหา พบวางแผนดักรออย่างเป็นขั้นตอน
วันนี้ (6 เมษายน 2569) ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ได้ชี้แจงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 5 จากพรรคประชาชาติ โดย พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 5 คน และสามารถควบคุมตัวได้แล้ว 3 คน
รายละเอียดผู้ต้องหาและพฤติการณ์ก่อเหตุ
ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายสมพร อดีตนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นผู้รับจ้างและวางแผน, นายอลาวี ทำหน้าที่คนขับรถคันก่อเหตุ, นายธนภัทร, ร.อ.วิโรจน์ มือปืน และ นายสุนทร เจ้าของอู่ซ่อมรถ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้ว 3 คน คือ นายสมพร นายอลาวี และนายสุนทร ส่วนนายธนภัทร และ ร.อ.วิโรจน์ ยังอยู่ระหว่างหลบหนี
ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีการวางแผนเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด โดยส่งคนไปดักดูและติดตามนายกมลศักดิ์ ตั้งแต่ที่สนามบินหาดใหญ่ ส่วนทีมสังหารได้นำรถไปจอดดักรอใกล้บ้านพักของ สส.กมลศักดิ์ ซึ่งกลุ่มมือปืนใช้รถกระบะของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นพาหนะ
ในเหตุการณ์ดังกล่าว นายอลาวี เป็นคนขับรถ, นายธนพัฒน์ นั่งอยู่เบาะหน้าด้านซ้าย และ ร.อ.วิโรจน์ มือปืน นั่งเบาะหลังด้านซ้าย กระทั่งรถของ สส.กมลศักดิ์ ขับผ่านมา กลุ่มมือปืนเร่งเครื่องแซงและใช้ปืนยิงถล่ม หลังเกิดเหตุได้ขับรถไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมเพื่อชำแหละทำลายหลักฐาน
การตรวจสอบรถของ กอ.รมน. และการดำเนินคดีเพิ่มเติม
สำหรับรถที่ใช้ก่อเหตุ เป็นรถของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งการตรวจสอบทราบว่า ร.อ.วิโรจน์ เป็นผู้ติดต่อขอยืมมาจาก น.อ.มนตรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันและเคยให้ยืมรถใช้เป็นประจำ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ส่วนเรื่องการนำรถหลวงไปให้บุคคลภายนอกยืมใช้ จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอีกทางหนึ่ง
พล.ต.ต.ชุมพล ระบุอีกว่า แม้ขณะนี้นายสมพร ซึ่งเป็นผู้ประสานงานจะยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา ทั้งการตรวจยึดอาวุธปืนเถื่อนที่ใช้ก่อเหตุและกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรถตั้งแต่ช่วงก่อเหตุ เส้นทางการหลบหนีและนำรถไปทิ้งที่อู่เพื่อชำแหละ ซึ่งภาพวงจรปิดสอดคล้องกับชิ้นส่วนรถที่ถูกถอดแยกชัดเจน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายสุนทร เจ้าของอู่ ฐานทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้พยานหลักฐานสูญหายเพื่อช่วยผู้อื่น หรือเพื่ออำพรางความผิด
ยืนยันไม่กดดันคดี ขอเวลาขยายผลหาผู้บงการ
ด้าน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันว่า ไม่กดดันในการทำคดี แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ขยายผลว่ามีผู้บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสืบสวนอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
คดีนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างครบถ้วน



