ปิดคดี! ศาลสั่งจำคุก 3 ปี 2 เดือน 'อดีตผู้ว่าฯ สมุทรสาคร' คดีทุจริตโครงการก่อสร้าง
ศาลสั่งจำคุกอดีตผู้ว่าฯ สมุทรสาคร 3 ปี 2 เดือน (16.04.2026)

ศาลจังหวัดสมุทรสาครพิพากษาจำคุกอดีตผู้ว่าฯ ในคดีทุจริตโครงการก่อสร้าง

ศาลจังหวัดสมุทรสาครได้มีคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน โดยสั่งจำคุกอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน พร้อมทั้งปรับเป็นเงิน 180,000 บาท หลังการพิจารณาคดีที่ดำเนินมานานหลายปี

รายละเอียดของคดีและข้อกล่าวหา

คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งอดีตผู้ว่าฯ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดกฎหมายโดยการอนุมัติโครงการที่มีมูลค่าสูงเกินความเป็นจริง และมีการรับสินบนจากผู้รับเหมา ศาลพบหลักฐานที่ชัดเจนจากการสืบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเอกสารทางการเงินและคำให้การของพยาน

การพิจารณาคดีเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีก่อน โดยอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลด้วยข้อหาหลายประการ อาทิ การทุจริตต่อหน้าที่ และการรับของขวัญที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ศาลได้ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดก่อนที่จะมีคำพิพากษาในครั้งนี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลของคำพิพากษาและปฏิกิริยาจากสังคม

คำพิพากษานี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของคดีที่สร้างความสนใจในวงกว้าง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงในท้องถิ่น ผู้พิพากษาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ และเห็นว่าการลงโทษนี้จะส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ

ในด้านสังคม มีการแสดงความคิดเห็นทั้งในเชิงสนับสนุนและวิพากษ์วิจารณ์ บางส่วนเห็นด้วยกับคำพิพากษาว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ในขณะที่บางกลุ่มอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของคดี แต่โดยรวมแล้ว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของระบบกฎหมายในการปราบปรามการทุจริต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ศาลสั่งจำคุก 3 ปี 2 เดือน และปรับ 180,000 บาท
  • คดีเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน
  • มีการพบหลักฐานการรับสินบนและอนุมัติโครงการเกินมูลค่า
  • คำพิพากษานี้คาดว่าจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของการบริหารงานในท้องถิ่น

อนาคตของคดีนี้ อาจมีการอุทธรณ์จากฝ่ายจำเลยได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ในขณะนี้ คำพิพากษาของศาลจังหวัดสมุทรสาครได้สร้างบรรทัดฐานสำคัญในการจัดการกับคดีทุจริตในประเทศไทย