ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี "วัชรพล-สุภา" กรรมการ ปปช. คดีประวัติศาสตร์ไม่เปิดเผยข้อมูลนาฬิกา-แหวน "บิ๊กป้อม"
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้พิพากษาจำคุกนายวัชรพล และนางสุภา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีที่ทั้งสองไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนาฬิกาและแหวนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ "บิ๊กป้อม" รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ในการตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมือง
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 หลังจากที่มีการเปิดโปงว่าพลเอกประวิตรสวมนาฬิกาและแหวนราคาแพงหลายเรือน ซึ่งไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ปปช. นายวัชรพลและนางสุภาในฐานะกรรมการ ปปช. มีหน้าที่ตรวจสอบ แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ถูกฟ้องร้องในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ด้านนายเท้ง หรือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน กล่าวว่าไม่ขอโทษต่อคำตัดสินนี้ พร้อมย้ำว่าพรรคสีน้ำเงินจะเดินหน้ากินรวบต่อไป และพร้อมที่จะถูก สว. ฟ้องร้อง ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โต้กลับว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่เอเย่นต์ของใคร และหนี้บุญคุณกับพรรคส้มได้จบลงแล้ว
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา ชี้ให้เห็นถึงพิรุธในการทบทวนนโยบายส่งออกน้ำมันเครื่องบินของรัฐบาล พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการดำเนินนโยบาย
ในข่าวอื่นๆ มีรายงานเหตุการณ์สลดใจพบศพพ่อแม่ลูก 3 ศพในบ้าน ถูกรมควันเสียชีวิต ขณะที่นายช่างโยธาฯ ถูกภรรยาขู่ฟ้องหย่า เนื่องจากปัญหาครอบครัว
นอกจากนี้ยังมีคอลัมน์ที่น่าสนใจ เช่น "ระเบิดเวลาทุนเทา ลูกใหม่ซัดเข้าไทย" ในสกู๊ปหน้า 1 ที่วิเคราะห์ปัญหาทุนสีเทาที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย และ "นาฬิกาหรู 'ลุงป้อม'" ที่เล่าเรื่องราวการต่อสู้คดีของพลเอกประวิตร รวมถึง "100 วันอันตราย คาบลูกคาบดอก" และ "จบแบบหักมุม" ในสำนักข่าวหัวเขียว
สำหรับศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โพลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า "ชัชชาติ" ยังคงเป็นเต็งหนึ่งในการชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีคะแนนนิยมนำห่างผู้สมัครคนอื่นๆ อย่างชัดเจน



