ปปง. เดินหน้ายึดทรัพย์วัดพระธรรมกาย คืนเงิน 1,458 ล้านบาทให้ผู้เสียหายสหกรณ์คลองจั่น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกมาแจกเอกสารชี้แจงกรณีการยุติการดำเนินคดีอาญากับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยยืนยันว่าการยุติดำเนินคดีดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย เนื่องจากคดีขาดอายุความ แต่มั่นใจว่ามาตรการทางแพ่งในการยึดอายัดทรัพย์ยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อคืนเงินให้ผู้เสียหาย
รายละเอียดคดีและเส้นทางการเงิน
คดีนี้มีต้นตอจากเหตุการณ์ทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นระหว่างปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2554 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกกว่า 13,000 ล้านบาท จากการสอบสวนขยายผลพบว่าพระธัมมชโยและบุคคลเกี่ยวข้อง ได้รับโอนเงินจากสหกรณ์ฯ ไปโดยมิชอบเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,458 ล้านบาท กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงแยกกรณีนี้มาดำเนินการเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559
ในส่วนของคดีอาญา มีการสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งฟ้องผู้ต้องหา 5 ราย รวมถึงพระธัมมชโย อย่างไรก็ตาม พระธัมมชโยไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนและมีพฤติการณ์หลบหนี ทำให้ศาลอาญาออกหมายจับและมีการประสานงานติดตามจับกุมทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านตำรวจสากล
การยุติคดีอาญาและมาตรการทางแพ่ง
เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2554 อายุความฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานฟอกเงินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 มีอายุความ 15 ปี อัยการจึงเห็นว่าสำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนี สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเนื่องจากคดีขาดอายุความ และได้แจ้งยุติการดำเนินคดีมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ
อย่างไรก็ตาม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังคงเดินหน้ายึดอายัดทรัพย์วัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนเงินจำนวน 1,458 ล้านบาทให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นในฐานะผู้เสียหาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าได้มีการประสานงานติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับตลอดมา และกรณีคำสั่งอัยการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด



