เหยื่อกว่า 30 รายร้องทุกข์ถูกหลอกลงทุนคริปโตฯ เสียหายรวมกว่า 1,300 ล้านบาท
วันนี้ (9 มีนาคม 2569) ผู้เสียหายกว่า 30 คนได้เดินทางมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดยระบุว่าถูกนักธุรกิจคนหนึ่งซึ่งเป็นสามีของดารา หลอกให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี ส่งผลให้เกิดมูลค่าความเสียหายรวมกันสูงถึง กว่า 1,300 ล้านบาท
กลลวงหลอกเหยื่อด้วยการอ้างผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า
จากข้อมูลที่เปิดเผยโดยตัวแทนผู้เสียหาย ระบุว่าในช่วงปี 2563 ญาติของผู้เสียหายได้สนใจเรื่องการลงทุนและค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จนพบเพจหนึ่งที่มีการชักชวนเข้าร่วมสัมมนาและกลุ่มให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนเงินดิจิทัล โดยบุคคลที่ชักชวนมีโปรไฟล์ที่ดูดีและน่าเชื่อถือ เช่น การถ่ายภาพคู่กับบุคคลที่มีชื่อเสียง และมักโพสต์ข้อความหรือให้ความรู้ด้านดิจิทัล พร้อมอ้างว่าเป็นผู้ถือบิทคอยน์มากที่สุดในประเทศไทย
กลวิธีดังกล่าวทำให้เหยื่อหลงเชื่อและลงทุนไปหลักล้านบาท ในลักษณะของการลงทุนเหรียญคริปโตเคอเรนซี โดยมีการเสนอให้ลงทุนซื้อเหรียญคล้ายเงินฝากประจำ ซึ่งสัญญาผลตอบแทนตามที่ตกลงกัน นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่า หากลงทุนอยู่ครบสัญญาจะได้ผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า ซึ่งในช่วงแรกเหยื่อได้รับผลตอบแทนจริง แต่เมื่ออยู่ครบสัญญากลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ โดยเจ้าของอ้างว่าระบบถูกแฮ็กและถูกตรวจสอบบัญชี
พบหมายจับเก่าและหลบหนีไปต่างประเทศ
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ผู้เสียหายร้องเรียนพาดพิงถึงสามีของดาราคนหนึ่ง ซึ่งหลอกให้ร่วมลงทุนในรูปแบบของเหรียญสกุลเงินดิจิทัลโดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง และจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าในปี 2568 ผู้ที่ถูกร้องเรียนเคยถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จนตำรวจออกหมายจับ แต่ปัจจุบันได้หนีหมายจับไปอาศัยอยู่ที่ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นอกจากนี้ เพจและกลุ่มที่ใช้ในการหลอกลวงยังคงมีผู้เสียหายอีกหลายคนร่วมเป็นสมาชิก และพบว่ายังมีการเคลื่อนไหวโต้ตอบกันอยู่ จึงเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ตัวว่าถูกหลอก ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงในการลงทุนดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในสังคมไทย



