จับกุมชายวัย 43 ปี ลักลอบขนน้ำมัน 1,260 ลิตร ซุกท้ายรถกระบะเตรียมส่งขายเมียนมา
จับชายลักลอบขนน้ำมัน 1,260 ลิตร ซุกท้ายรถกระบะ

จับกุมชายวัย 43 ปี ลักลอบขนน้ำมัน 1,260 ลิตร ซุกท้ายรถกระบะเตรียมส่งขายเมียนมา

เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามชายแดนได้อย่างเด็ดขาด เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 โดยพบการซุกซ่อนน้ำมันแก๊สโซฮอล์จำนวนมากใต้กระสอบน้ำแข็งในรถกระบะ

ปฏิบัติการจับกุมอย่างรวดเร็วหลังได้รับแจ้งข่าว

เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 4 เมษายน 2569 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วยนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และพลตำรวจตรีพศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวเกี่ยวกับขบวนการลักลอบขนลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงที่ซุกซ่อนไปกับสินค้าส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้าเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและปราบปรามทันที

ต่อมาเวลา 19.10 น. เจ้าหน้าที่ฉก.ลาดหญ้า ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี ศุลกากรสังขละบุรี ร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 134 และฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี ได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจค้นอย่างเร่งด่วน บริเวณจุดร่วมน้ำเกริ๊ก พิกัด MS 378871 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พบน้ำมันซุกซ่อนใต้กระสอบน้ำแข็งท้ายรถกระบะ

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียนจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีนายมงคล อายุ 43 ปี ชาวตำบลหนองลู เป็นคนขับ มีท่าทางพิรุธขณะขับรถมาตามถนนหมายเลข 323 จึงได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลการตรวจค้นพบว่า ท้ายรถกระบะมีการแอบลักลอบขนลำเลียงน้ำมันแก๊สโซฮอล์จำนวน 42 แกลลอน โดยซุกซ่อนอยู่ใต้กระสอบน้ำแข็งที่บรรทุกเป็นสินค้า รวมปริมาณน้ำมันทั้งหมด 1,260 ลิตร เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมนายมงคลพร้อมของกลาง ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง

ผู้ต้องหาให้การซื้อน้ำมันในราคาถูกเพื่อขายข้ามชายแดน

จากการซักถามเบื้องต้น นายมงคลให้การว่าได้ซื้อน้ำมันจากโรงบรรจุก๊าซในอำเภอสังขละบุรีจำนวน 30 แกลลอน ในราคาลิตรละ 60 บาท โดยมีแผนเตรียมลักลอบขนย้ายผ่านช่องทางธรรมชาติไปจำหน่ายยังพื้นที่บ้านบ่อญี่ปุ่น ประเทศเมียนมา ซึ่งสามารถขายได้ในราคาลิตรละ 100-120 บาท สร้างกำไรจากส่วนต่างราคาอย่างผิดกฎหมาย

ผู้ต้องหาถูกนำตัวส่งต่อให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้ครบวงจร

การจับกุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานทหาร ตำรวจ ศุลกากร และฝ่ายปกครอง ในการปราบปรามการลักลอบขนส่งน้ำมันข้ามชายแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่อง