10 ปีบนโซเชียลมีเดีย แสนสิริคว้ารางวัลต่อเนื่อง ยึดผู้คนเป็นศูนย์กลาง
ในโลกโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์จำนวนมากแข่งขันเพื่อพื้นที่บนหน้าจอ แต่มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ก้าวจาก "การถูกมองเห็น" สู่ "การถูกจดจำ" และยิ่งน้อยลงไปอีกที่สามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้คนได้อย่างแท้จริง แสนสิริ พิสูจน์ความสำเร็จนี้ด้วยการคว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Residential Real Estate จากเวที 14th Thailand Social Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 จากบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด
ความสำเร็จที่มาจาก "ผู้คน" ไม่ใช่แค่ "รางวัล"
เมื่อถามถึงเคล็ดลับ ทีมเบื้องหลังของแสนสิริกลับไม่เน้นที่รางวัล แต่พูดถึง "ผู้คน" เป็นหลัก ภรณ์ธนา พรประเสริฐ (กอฟาง) หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารดิจิทัลของแสนสิริ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ถึงวันนี้คนที่เห็นคอนเทนต์เราอาจยังไม่ได้อยากซื้อบ้าน แต่เราก็ยังอยากให้เขาเห็นแบรนด์เรา เห็นคอนเทนต์ของเรา และยังคิดถึงเรา" นี่คือการพยายามค่อยๆ เข้าไปอยู่ในใจผู้ชม เพื่อสร้าง Top of Mind เมื่อพวกเขาพร้อมจะมีบ้านในอนาคต
อตินุช อรัญยะนาค (แอมมี่) ผู้จัดการโซเชียลมีเดียของแสนสิริ เผยว่าเกณฑ์รางวัลนี้ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาคุณภาพและจริยธรรมของเนื้อหา ทีมจึงไม่หยุดอยู่ที่คำถามว่า "คอนเทนต์นี้มีคนดูมากแค่ไหน" แต่ต้องถามต่อไปว่า "คนดูแล้วได้อะไรกลับไป" เพราะคอนเทนต์ที่ดีต้องสร้างคุณค่า ไม่ใช่แค่ถูกมองเห็น
กระบวนการทำงานที่ยืดหยุ่นและเข้าใจผู้ชม
วัชรพงษ์ ดีมั่น (แบงค์) ผู้จัดการคอนเทนต์ของแสนสิริ อธิบายว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ "เล่าอะไร" แต่คือ "เล่ายังไง" ให้ผู้ชมรู้สึกเกี่ยวข้องกับตัวเอง ทุกคอนเทนต์ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับผู้ชมในหลากหลายรูปแบบ เช่น สร้างบันดาลใจ ให้ความรู้ หรือให้พักใจจากวันหนักๆ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ได้รับรางวัลคือการรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช่แค่เสียงของผู้ชม แต่รวมถึงเสียงของทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทำคอนเทนต์ กอฟางเล่าว่าการทำงานของแสนสิริใช้แนวคิด Human-Centric โดยเชื่อมโยงความต้องการของหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน ทั้งองค์กร ทีมงาน และผู้ชม ทีมติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าฟีดตลอดเวลา และทุกคนช่วยกันแลกเปลี่ยนมุมมองจากความสนใจที่หลากหลาย ทำให้คอนเทนต์ตอบโจทย์ผู้ฟังได้จริง
โครงสร้างทีมที่ยึดความเข้าใจผู้ชมเป็นหลัก
การทำงานของแสนสิริขับเคลื่อนด้วยความยืดหยุ่นและเปิดโอกาสให้ตัวแทนผู้ชมจริงเป็นผู้เล่นหลัก โครงสร้างทีมไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ยึดติดกับ "ความเข้าใจผู้ชม" สอดคล้องกับโมเดล In-house Brand Creator ที่สามารถคิด วางแผน และปล่อยคอนเทนต์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ผ่านขั้นตอนซับซ้อน กอฟางย้ำว่าการที่ผู้บริหารเปิดพื้นที่ให้ทีมตัดสินใจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทำงานได้คล่องตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
ในวันที่โซเชียลมีเดียมีแพลตฟอร์มใหม่และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ทีมต้องพร้อมปรับตัวเข้าหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้น วิดีโอยาว แนวตั้ง แนวนอน หรือช่องทางใหม่ๆ หัวใจหลักไม่ใช่การ "ตามให้ทัน" แต่คือการ "เลือกให้เหมาะ" กับผู้ชมในแต่ละพื้นที่
มุ่งสู่การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในอนาคต
แอมมี่เสริมว่าสำคัญไม่ใช่การเข้าใจแพลตฟอร์ม แต่คือการเข้าใจ "คนที่อยู่บนแพลตฟอร์มนั้นต่างหาก" นี่คือการเปลี่ยนมุมมองจาก "การตามแพลตฟอร์ม" ไปสู่ "การเข้าใจผู้คน" ซึ่งเป็นแกนหลักของแนวคิด Human-Centric ที่แสนสิริยึดถือมาตลอด แบงค์เชื่อว่าแม้แพลตฟอร์มจะเปลี่ยนไป สิ่งที่ไม่ควรเปลี่ยนคือ "ตัวตน" ของแบรนด์
สำหรับทิศทางในอนาคต คอนเทนต์จะไม่ใช่จุดหมายปลายทางของแสนสิริอีกต่อไป แต่จะเป็นการขยับบทบาทเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เช่น การร่วมมือกับไทยรัฐพลัสในแคมเปญ Behind the design เพื่อสะท้อนความต้องการของแบรนด์ที่จะทำงานกับคนที่มีวัฒนธรรมและความสนใจเดียวกัน
ส่งผลต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
ความสำเร็จตลอด 10 ปีของแสนสิริไม่ได้สะท้อนเพียงความแข็งแกร่งของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์บนโลกโซเชียลมีเดียอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมาตรฐานของการทำคอนเทนต์ถูกยกระดับขึ้น แบรนด์อื่นๆ ในตลาดก็ต้องปรับตัวและพัฒนาตามไปด้วย จนทำให้เกิดการ "ผลักดันกันและกัน" ให้เกิดเนื้อหาที่มีคุณภาพและประโยชน์ต่อผู้คนมากขึ้นในระยะยาว
ทีมแสนสิริย้ำว่าความสำเร็จนี้มาจากผู้คนจำนวนมากที่มีส่วนร่วม ตั้งแต่ผู้ชมที่ติดตามคอนเทนต์มาอย่างต่อเนื่อง ทีมงานเบื้องหลัง ผู้บริหารที่ให้ความไว้วางใจ ไปจนถึงสื่อมวลชนและแบรนด์อื่นๆ ในอุตสาหกรรม ที่ร่วมกันสร้าง ecosystem ของเนื้อหาที่ดี ภาพของอนาคตคือทีมที่คล่องตัวและยืดหยุ่น พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา แต่ยังคงยึดผู้ชมเป็นศูนย์กลางและทำคอนเทนต์ที่มีคุณค่าต่อสังคมเหมือนเดิม



