สตง.อัปเดตผลสอบตึกถล่ม 1 ปี ชี้แรงเฉือนแผ่นดินไหวเป็นสาเหตุหลัก พร้อมสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 23 ราย
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เผยแพร่รายงานความคืบหน้าล่าสุดในกรณีอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่ทรุดตัวและพังถล่ม เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 โดยสรุปผลการสอบสวนจากคณะกรรมการ 3 กลุ่ม และสถาบันวิศวกรรม 4 แห่ง ระบุสาเหตุหลักเกิดจากแรงเฉือนแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลให้มีการสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจำนวน 23 ราย ต่อศาลอาญา
ผลการสอบสวนชี้ชัด 4 ประเด็นบกพร่องในการออกแบบและก่อสร้าง
จากการแถลงของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ผลการตรวจสอบพบความบกพร่องสำคัญ 4 ประเด็น ดังนี้
- การพังถล่มเริ่มต้นที่ส่วนล่างของอาคาร ชั้น 1 ถึง 4 เนื่องจากแรงเฉือนจากแผ่นดินไหวกระทำต่อผนังรับแรงเฉือนจนเกิดการวิบัติ
- ผลทดสอบเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างคอนกรีตจากผนังรับแรงเฉือนได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้ความแข็งแรงของโครงสร้างไม่เพียงพอ
- แบบรายละเอียดที่ใช้ในการก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ ทำให้อาคารรับแรงกระทำได้น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด
- ระยะฝังของเหล็กเสริมที่จุดต่อของ Link Beam กับผนังรับแรงเฉือนน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้จุดต่อบริเวณดังกล่าวอ่อนแอลงและเสี่ยงต่อการพังทลาย
กระบวนการยุติธรรมเร่งดำเนินคดีและตรวจสอบเพิ่มเติม
ในส่วนการดำเนินคดี มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 23 ราย ครอบคลุมข้อหาออกแบบ ควบคุม และก่อสร้างไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต รวมถึงข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินคดีเรื่อง "นอมินี" โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องไปยังอัยการ และอัยการได้สั่งฟ้องไปแล้ว
สำหรับกรณีที่อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม โดย สตง. ได้ส่งเอกสารหลักฐานให้ตามที่ร้องขอแล้ว
หน่วยงานรัฐอื่นๆ เข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย
กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐในโครงการนี้ โดย สตง. ได้ตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อมูล พร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบดังกล่าว
การอัปเดตครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคลี่คลายคดีและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต



