ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี แถลงผลการจับกุม นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 24 ปี และ นางสาวสมหญิง (นามสมมติ) อายุ 22 ปี สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ โดยการขโมยรถเข็นเด็กตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและปริมณฑล ก่อนนำไปขายต่อในช่องทางออนไลน์
พฤติกรรมอุกอาจ
ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรมร่วมกันก่อเหตุ โดยจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ตระเวนไปตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ เมื่อพบเป้าหมายเป็นรถเข็นเด็กที่จอดทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล จะใช้คีมตัดกุญแจล็อกแล้วนำรถเข็นเด็กขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นจะนำรถเข็นเด็กที่ขโมยมาได้ไปขายต่อในกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อขายของมือสอง โดยตั้งราคาขายตั้งแต่ 1,000 ถึง 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพและยี่ห้อของรถเข็นเด็ก
สารภาพรับสารภาพ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง โดยมีรายได้จากการขายรถเข็นเด็กประมาณ 20,000 บาท ซึ่งเงินที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำไปซื้อยาบ้ามาเสพร่วมกัน โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเสพยาบ้ามาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี และไม่มีอาชีพที่มั่นคง จึงต้องหาวิธีหาเงินมาซื้อยาเสพติด
ของกลางยึดได้
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดของกลางเป็นรถเข็นเด็กได้จำนวน 5 คัน พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ได้แก่ คีมตัดเหล็ก ไขควง และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายกับลูกค้า นอกจากนี้ ยังตรวจยึดยาบ้าได้จำนวน 20 เม็ด และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง
แนวโน้มและผลกระทบ
การก่อเหตุในลักษณะนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครองที่ต้องพาบุตรหลานมาใช้บริการห้างสรรพสินค้า เนื่องจากรถเข็นเด็กมีราคาค่อนข้างสูง การสูญเสียรถเข็นเด็กอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของครอบครัวที่มีเด็กเล็ก อีกทั้งยังเป็นภัยต่อสังคมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนผู้ปกครองที่พาบุตรหลานไปยังห้างสรรพสินค้า ควรดูแลทรัพย์สินของตนเองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรถเข็นเด็ก ควรล็อกกุญแจทุกครั้งที่จอดทิ้งไว้ และไม่ควรนำรถเข็นเด็กที่มีราคาแพงไปไว้ในที่สาธารณะโดยไม่มีผู้ดูแล
สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองราย ถูกแจ้งข้อหา 'ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน' และ 'เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)' เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



