เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี พร้อมทีมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และ 157 ตามลำดับ
ข้อกล่าวหาการใช้เงินวัดผิดวัตถุประสงค์
การดำเนินคดีในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการตรวจพบพยานหลักฐานว่า พระอาจารย์คึกฤทธิ์ได้นำเงินของวัดไปจ่ายเป็นโบนัสให้กับลูกศิษย์เป็นจำนวนหลักแสนบาทต่อคน ในช่วงปี พ.ศ. 2555-2559 ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายใช้เงินวัดผิดวัตถุประสงค์ โดยในขณะนี้พระอาจารย์คึกฤทธิ์ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำของพนักงานสอบสวน
การเข้าพบด้วยตนเองเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง
สำหรับการมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ได้ติดต่อเข้ามาพบด้วยตนเอง เพื่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ต่อมาเวลา 10.20 น. หลังจากการสอบปากคำนาน 4 ชั่วโมง พร้อมทั้งพิมพ์ลายนิ้วมือตามขั้นตอนกระบวนการ ทีมทนายความได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความช่วยเหลือให้กันสื่อมวลชนที่มาดักรอทำข่าวอยู่ที่บริเวณหน้าห้องพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ชั้น 15 เพื่อไม่ให้มีการถ่ายภาพใดๆ ทั้งสิ้น โดยอ้างว่ากลัวภาพลักษณ์ของพระอาจารย์คึกฤทธิ์จะเสื่อมเสียและเกรงว่าจะนำรูปไปตัดต่อลงโซเชียลมีเดียในทางที่ไม่ดี ก่อนที่ตำรวจจะพาพระอาจารย์คึกฤทธิ์ลงลิฟต์อีกทางไปยังชั้น 3 ของอาคาร บช.ก. เพื่อออกทางเชื่อมไปยังอาคารจอดรถอีกอาคารหนึ่ง และขึ้นรถกลับวัดทันที
ทนายความแถลงยื่นแย้งข้อกล่าวหา
เวลา 11.00 น. ที่ บก.ปปป. นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังพระคึกฤทธิ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่า วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาในฐานความผิดมาตรา 157 และมาตรา 147 ยักยอกเงินวัด ซึ่งพระอาจารย์คึกฤทธิ์ได้รับและเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ได้ยื่นแย้งในความผิดมาตรา 157 เพราะประเด็นสำคัญที่สุดคือข้อกฎหมายที่ว่าด้วยเจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ หากไม่ใช่ อาจไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 เนื่องจากพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 45 ระบุว่าผู้ที่ถือเป็นเจ้าพนักงานต้องเป็นพระที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะตำบล ส่วนเจ้าอาวาสมีอำนาจเพียงบริหารกิจการภายในวัด ไม่ได้ปกครองคณะสงฆ์ จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
ประเด็นการตรวจสอบบัญชีและการจ่ายโบนัส
ส่วนประเด็นที่ทนายฝั่งตรงข้ามมีการยื่นให้ตรวจสอบการเปิดบัญชีของวัดตั้งแต่ปี 2554-2559 แต่กฎหมายของมหาเถรสมาคมเพิ่งมีการออกมาเมื่อปี 2568 ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ย้อนหลังได้ ส่วนประเด็นที่มีการจ่ายเงินค่าโบนัสให้กับพนักงานของวัดจำนวน 4 คน โดยเงินที่ได้รับเฉลี่ยประมาณเดือนละ 30,000 บาท สำหรับคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ มองว่าไม่เกินสมควร แต่ถ้าหากพนักงานสอบสวนมองว่าไม่สมควร ก็พร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงเส้นทางการเงิน
ปฏิเสธอาการเครียดและพร้อมดีเบต
ส่วนกรณีที่มีสำนักข่าวบางข่าวออกไปว่าพระคึกฤทธิ์ถูกสอบและมีอาการเครียดนั้น ทนายความยืนยันว่าพระอาจารย์ไม่ได้มีท่าทีเครียด บรรยากาศการสอบสวนเป็นไปด้วยดี พนักงานสอบสวนมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนในฐานะที่ท่านเป็นพระสงฆ์ ส่วนที่พระคึกฤทธิ์ไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ เพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับคู่กรณี แต่หากสื่อมวลชนต้องการซักถามข้อเท็จจริงอย่างไม่เป็นทางการ สามารถไปที่วัดนาป่าพงเพื่อพูดคุยกับเจ้าอาวาสได้ แต่ข้อเท็จจริงด้านกฎหมายและวิชาการว่าเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงหรือไม่ ตนพร้อมที่จะชี้แจง ส่วนกรณีนักเปรียญธรรม 9 ประโยค ที่มีการไปออกรายการดังพูดประเด็นเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายทางสงฆ์ ตนในฐานะทนายความพร้อมที่จะออกไปดีเบต หากรายการไหนเชิญ โดยเฉพาะรายการโหนกระแส
เตรียมดำเนินคดีกลุ่มบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูล
ทนายพระคึกฤทธิ์ระบุอีกว่า เตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง ที่นำข้อมูลเส้นทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกศิษย์วัดกว่า 30 คนไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ จนทำให้ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ทั้งที่ยืนยันว่าเป็นการรับเงินโดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่มีกลุ่มบุคคลกล่าวหาวัดเรื่องใช้เงินทำคดีที่เยอรมนีกว่า 42 ล้านบาท และจ่ายค่าทนาย 20 ล้านบาท ฝ่ายทนายมองว่าเป็นข้อมูลบิดเบือน จึงยื่นฟ้องหมิ่นประมาทแล้ว พร้อมย้ำว่า หากพบว่ามีการร้องเรียนหรือแจ้งความโดยใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน จะดำเนินคดีกลับอย่างเด็ดขาด โดยคดีบางส่วนศาลนัดไต่สวนในเดือนกรกฎาคมนี้



