ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 บุกทลายแก๊งลักรถหรูข้ามชาติ หลังสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายลักรถยนต์หรูในประเทศไทยแล้วส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยสามารถยึดรถยนต์หรูได้ถึง 12 คัน มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท
การสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุม
การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายว่ารถยนต์หรูหายไปจากที่จอดรถ ทั้งในห้างสรรพสินค้าและที่พักอาศัย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพบพฤติกรรมของคนร้ายที่ใช้เครื่องมือตัดสัญญาณ GPS และใช้อุปกรณ์ล็อกรถยนต์เพื่อหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัย
การทำงานของแก๊งลักรถ
จากการสอบสวนพบว่าแก๊งนี้มีกระบวนการที่ซับซ้อน โดยคนร้ายจะเลือกเป้าหมายเป็นรถยนต์หรูยี่ห้อดัง เช่น เบนซ์, บีเอ็มดับเบิลยู, และโตโยต้าอัลฟาร์ด จากนั้นจะใช้เครื่องมือเฉพาะในการตัดสัญญาณ GPS และทำลายระบบล็อคก่อนจะขับรถออกไป โดยรถที่ถูกขโมยจะถูกนำไปจอดไว้ในโกดังรอการปลอมแปลงเอกสารและเปลี่ยนหมายเลขตัวถัง ก่อนจะส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา, ลาว, และเมียนมา
ของกลางที่ยึดได้
ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ดังนี้
- รถยนต์หรู 12 คัน มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท
- อุปกรณ์ตัดสัญญาณ GPS จำนวน 5 ชุด
- เครื่องมือโจรกรรมรถยนต์อีกหลายรายการ
- เอกสารปลอมแปลงตัวถังรถและทะเบียนรถ
การดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, รับของโจร, และปลอมแปลงเอกสารแก่ผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีสมาชิกอย่างน้อย 5 คน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือและรถยนต์ที่ถูกขโมยไปแล้วบางส่วนที่ยังไม่ถูกยึด
คำแนะนำจากตำรวจ
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่ใช้รถยนต์หรูเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการจอดรถในที่สาธารณะ ควรติดตั้งระบบติดตาม GPS เพิ่มเติม และใช้พวงมาลัยล็อกเพื่อป้องกันการโจรกรรม นอกจากนี้ หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง
คดีที่เกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจสอบสวนกลางได้จับกุมแก๊งลักรถยนต์หรูข้ามชาติมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังคงมีเครือข่ายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจสากล (Interpol) เพื่อติดตามและสกัดกั้นการส่งออกรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม



