พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกท้องถิ่น โดยมีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ป.ป.ท., ป.ป.ง., ก.พ. และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้าร่วม หลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569
แบ่งหน้าที่คณะทำงานภายใต้รองนายกฯ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแบ่งหน้าที่ของคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คณะทำงานมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ บริษัทเอกชน หรือผู้เข้าสอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่
กรอบเวลา 20 วัน ก่อนเสนอนายกฯ
เบื้องต้นกำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ก่อนสรุปรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน คณะทำงานจะตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อหาว่าขั้นตอนใดของกระบวนการสอบมีความบกพร่อง และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง การตรวจสอบจะครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 6,000 คน ซึ่งจะแบ่งกลุ่มเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิด จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน
เชิญ 'ส้ม-กริช' และผู้โพสต์พังงาให้ข้อมูล
ส่วนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคม เช่น น.ส.ส้ม และนายกฤษ นายกเทศมนตรีตำบลควนรัง จังหวัดสงขลา รวมถึงผู้ที่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสอบในจังหวัดพังงา ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต แต่คณะทำงานจะเชิญทั้งหมดมาให้ข้อมูลประกอบการตรวจสอบ
ไม่มีอำนาจควบคุมตัว ย้ำไม่ใช่การฟอกขาว
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ย้ำว่า คณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการตามกฎหมาย หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามกรอบ 20 วัน สามารถขยายระยะเวลาการตรวจสอบออกไปได้ แต่เชื่อมั่นว่าคณะทำงานจะสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงและสรุปผลได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมยืนยันว่า การตรวจสอบของคณะทำงานชุดนี้เป็นคนละส่วนกับคดีที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งความกับกองปราบปรามในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงคดีร้องเรียนกรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยตรง
เป้าหมายค้นหาความจริง ป้องกันการทุจริต
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า การตั้งคณะทำงานที่มีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบในครั้งนี้ ไม่ใช่การฟอกขาวหรือช่วยเหลือบุคคลใด แต่มีเป้าหมายเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต



