พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ควบคุมตัวนายฟิล์ม (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้มีดคัตเตอร์กรีดแขนหญิงสาวชาวเวียดนามจนได้รับบาดเจ็บ ต้องเย็บถึง 14 เข็ม ส่งฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” โดยพนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปก่อเหตุซ้ำและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ผู้ต้องหาอ้างถูก 'จิตกด' ไม่ได้เกลียดคนอ้วน
ก่อนนำตัวส่งฝากขัง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายฟิล์มถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ แต่ผู้ต้องหาพูดจาวกวน ไม่ค่อยปะติดปะต่อ ระบุว่าไม่ได้มีอคติกับคนอ้วน ที่ทำลงไปเพราะ “โดนจิตกดมีคนมาพูดข้างหูเต็มไปหมด” พร้อมรับว่าไม่เคยเสพยาเสพติด และน้ำหนักตนเองอยู่ที่ 140 กิโลกรัม อีกทั้งอ้างว่าเคยถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายในพื้นที่ย่านสายไหม จนเกิดความกดดันทางจิตใจ
ผู้ต้องหาไม่ขอโทษ อ้างพูดกับผู้เสียหายแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าต้องการกล่าวขอโทษผู้เสียหายหรือไม่ รวมถึงมองอย่างไรที่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผู้ต้องหาตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ไม่มีอะไรจะพูด เพราะพูดกับผู้เสียหายไปแล้ว” จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องขัง เพื่อนำตัวไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังตามขั้นตอนกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เหตุการณ์สืบเนื่องจากความเก็บกดทางจิตใจ
ก่อนหน้านี้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ นำกำลังจับกุมนายฟิล์ม ซึ่งเป็นชายเร่ร่อน หลังก่อเหตุใช้มีดคัตเตอร์กรีดแขนหญิงชาวต่างชาติที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เย็บ 14 เข็ม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า กระทำเพราะความเก็บกดและไม่ชอบหญิงอ้วน แต่ล่าสุดกลับคำให้การอ้างถึงอาการทางจิต



