นายพงศกร เสาร์ทน หรือกฤต อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น อาชีพรับเหมาก่อสร้าง พร้อมนายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงตัวตนและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ กรณีคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่โยงใยการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ธรรมสีหา สว. (สอบสวน) เป็นเจ้าของคดี
ยอมรับเป็นบุคคลในคลิปแต่ปฏิเสธทุจริต
นายกฤตกล่าวภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมงว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อยืนยันว่าตนเป็นบุคคลในคลิปเสียงจริง และเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบ พร้อมระบุว่าได้ให้เหตุผลทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวนแล้วว่าเหตุใดจึงมีการเอ่ยชื่อบุคคลต่าง ๆ ในคลิป
นายกฤตยกมือไหว้ขอโทษและกล่าวขออภัยต่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกพาดพิงในคลิปเสียง พร้อมยืนยันว่านายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตสอบแต่อย่างใด เช่นเดียวกับตนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเน้นว่าหลักฐานที่สังคมรับรู้ในขณะนี้เป็นเพียงคลิปเสียง ขณะที่คดีทุจริตเพิ่งมีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
พร้อมให้ความร่วมมือและดำเนินคดีผู้เผยแพร่
นายกฤตกล่าวว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับนางสาวกานดาภร มณีปุณยากุล หรือส้ม กรณีที่มีการนำบทสนทนาส่วนตัวระหว่างคนสองคนไปเผยแพร่สู่สาธารณะ ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้เผยแพร่คลิป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคลิปเสียงที่หลุดออกมา นายกฤตระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าไม่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือแสวงหาผลประโยชน์จากการสนทนาดังกล่าว และเหตุผลที่พูดข้อความต่าง ๆ ในคลิปนั้น ได้ให้การไว้กับพนักงานสอบสวนแล้ว เนื่องจากเป็นประเด็นที่อยู่ในสำนวนคดี ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ยืนยันไม่รู้จักรองนายกฯ ส่วนตัว
นายกฤตกล่าวยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกับนายทรงศักดิ์เป็นการส่วนตัว และที่ออกมาชี้แจงครั้งนี้ก็เพื่อแสดงความเสียใจและขออภัยที่ทำให้รองนายกรัฐมนตรีได้รับผลกระทบจากการถูกพาดพิงในคลิป ส่วนความสัมพันธ์กับคุณส้มนั้น นายกฤตระบุว่า รู้จักกันจากการมีผู้แนะนำ และพบพูดคุยกันเพียงครั้งเดียว ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แม้ลักษณะการสนทนาในคลิปจะดูสนิทสนม แต่เป็นเพราะตนเป็นคนพูดคุยกับผู้อื่นได้ง่าย
“ผมเป็นคนที่พูดจาแล้วก็สนิทกับทุกคนไวนะ เพราะฉะนั้นน้ำเสียงเรานี่มันฟังแล้วดูอบอุ่น” นายกฤตกล่าว พร้อมหันกลับมาถามนักข่าวว่า “เราสนิทกันหรือยัง ถ้ายังไม่สนิท มันต้องพูดเยอะกว่านี้ ถ้าสนิทเราค่อยพูดเยอะกว่านี้” นอกจากนี้ นายกฤตระบุว่า ไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนของคุณส้ม แต่ยืนยันว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง ไม่ใช่ AI และยอมรับว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของตน
ทนายเผยยังไม่แจ้งข้อหา พร้อมดำเนินคดีทุกคน
นายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลใด แต่เป็นการเข้าให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้รวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่าใครเป็นผู้บันทึกหรือเผยแพร่คลิป รวมถึงพิจารณาว่ามีเจตนาทำให้นายกฤตได้รับความเสียหายหรือไม่ หากพบว่ามีผู้กระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที
ทนายความระบุเพิ่มเติมว่า ส่วนคดีที่นายทรงศักดิ์มาแจ้งความต่อนายกฤตเมื่อวานนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายกฤต เนื่องจากการเข้าพบครั้งนี้เป็นการเดินทางมาด้วยตนเอง ไม่ได้เข้าพบตามหมายเรียก มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงตัว ยืนยันว่าไม่หลบหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนอย่างเต็มที่
ทนายอั๋นแฉขบวนการทุจริตเพิ่ม เตรียมพาผู้เสียหายร้อง ป.ป.ช.
ขณะเดียวกัน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเพจ CSI LA เข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อขอให้โอนคดีทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงส้ม-กฤตไปที่กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากมองว่าเป็นผู้เสียหายชุดเดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน การกระทำผิดลักษณะเดียวกัน หากรวมสำนวนจะง่ายต่อการพิจารณาคดี แม้คนที่เผยแพร่คลิปที่มีการแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้องเป็นคนละเพจกันก็ตาม
ทนายอั๋นยังแฉขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มีผู้เสียหายร้องทุกข์ผ่านตนรวม 14 คน เป็นกลุ่มผู้เข้าสอบจากจังหวัดศรีสะเกษและบุรีรัมย์ ได้จ่ายเงินให้กับปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลและปลัดเทศบาลในพื้นที่ มีหลักฐานเป็นแชตข้อความและหลักฐานการโอนเงินคนละ 600,000 บาท โดยบางคนจ่ายมัดจำ 50,000 บาทมายืนยัน แต่กลับไม่ได้รับการบรรจุ โดยเครือข่ายของปลัดกลุ่มนี้ เป็นคนละกลุ่มกับปลัดจังหวัดภูเก็ตที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้
วันพรุ่งนี้ (2 กรกฎาคม) ทนายอั๋นจะพาผู้เสียหายไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นภายในสัปดาห์นี้จะพาไปร้องต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับปลัดในท้องที่ต่าง ๆ ที่เป็นนายหน้า เหมือนที่แจ้งความดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน



