เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการไต่สวนอิสระซึ่งตั้งขึ้นโดยประธานศาลฎีกาได้นัดบุคคลสำคัญ 4 ราย ได้แก่ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. ในขณะนั้น และนายสุรสิทธิ์ แพเกิด คนขับรถประจำตัวของนายเอกวิทย์ เพื่อแจ้งข้อหาในความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีมีการติดสินบนด้วยทองคำหนัก 246 บาท
รายละเอียดคดีสินบนทองคำ 246 บาท
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักในชื่อ "บิ๊กโจ๊ก" ถูก ป.ป.ช. ไต่สวนในคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์ โดยมีการกล่าวหาว่านายเอกวิทย์รับสินบนเป็นทองคำจำนวน 246 บาทจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อช่วยวิ่งเต้นคดีดังกล่าวเมื่อปี 2567 องค์คณะไต่สวนอิสระใช้พื้นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นห้องไต่สวน ซึ่งไม่ได้เป็นบัลลังก์พิจารณาคดี กรรมการไต่สวนทำการซักถามผู้ต้องหาด้วยตนเอง โดยกระบวนการเป็นความลับ ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลต่อสื่อมวลชน
นายเอกวิทย์ปฏิเสธตอบคำถามสื่อ
เวลา 11.55 น. นายเอกวิทย์เดินทางออกจากศาลฎีกาทางประตูหน้าติดสนามหลวง ขณะรอรถมารับ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหา แต่เขาไม่ตอบคำถาม เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น ทนายความของนายสุรสิทธิ์คือนายอมร กุศล เปิดเผยว่า วันนี้พาลูกความมารับทราบข้อกล่าวหาในฐานร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งลูกความให้การปฏิเสธ เบื้องต้นขอชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน คาดว่าจะยื่นส่งข้อมูลในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569
กระบวนการไต่สวนและขั้นตอนต่อไป
นายอมรกล่าวว่า ตามขั้นตอน คณะกรรมการไต่สวนอิสระจะพิจารณาจากหลักฐานที่ยื่นชี้แจง แล้วนำไปพิจารณาว่าจะชี้มูลความผิดหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ลูกความของตนถูกอุ้มไปรีดสอบข้อมูลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตภาค 8 แล้ว และศาลรับไต่สวนไว้แล้ว การไต่สวนครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศ



