ศาลอาญาพิพากษาจำคุก น.ส.ลักษณา (สงวนนามสกุล) เป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน ในข้อหาค้ามนุษย์และพาบุตรสาววัย 13 ปีไปค้าประเวณีที่ประเทศญี่ปุ่น โดยจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จากเดิมจำคุกฐานสมคบเพื่อค้ามนุษย์ 5 ปี และฐานช่วยเหลือการค้าประเวณี 10 ปี รวมเป็น 15 ปี คงเหลือโทษจำคุกตามคำพิพากษา
รายละเอียดคดีแม่พาลูกสาวค้าประเวณีที่ญี่ปุ่น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ลักษณา ในความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อหรือพาไปเพื่อการอนาจาร สนองความใคร่ของผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันเป็นการกระทำกับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และข้อหาค้ามนุษย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี, พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 285, 286
จำเลยพาลูกสาววัย 13 ปีเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างว่าจะพาไปเที่ยว แต่กลับพาไปค้าประเวณีที่ร้านนวดแฝงบริการทางเพศในโตเกียว ต่อมาจำเลยเดินทางไปค้าประเวณีที่ไต้หวันและถูกจับกุม ส่วนเด็กหญิงผู้เสียหายวัย 13 ปี หลบหนีออกมาได้และเข้าขอความช่วยเหลือกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว ปัจจุบันผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
คำพิพากษาและเหตุบรรเทาโทษ
ก่อนอ่านคำพิพากษา ศาลได้อ่านผลการสืบเสาะประวัติของจำเลย ซึ่งไม่พบการกระทำความผิดอาญามาก่อน และมีประวัติทำงานนวดที่ต่างประเทศครั้งละประมาณ 14-19 วัน มีรายได้ครั้งละประมาณ 50,000-80,000 บาท ศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่หนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 โดยลงโทษฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุก 5 ปี และฐานกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่การค้าประเวณีของผู้อื่น จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานสมคบ 2 ปี 6 เดือน และฐานช่วยเหลือการค้าประเวณี 5 ปี รวมโทษจำคุก 7 ปี 6 เดือน พร้อมริบของกลางโทรศัพท์มือถือ



