ศาลสั่งจำคุก 1 ปี 6 เดือน 'กำนันนก' คดีฆ่าตำรวจทางหลวง
ศาลสั่งจำคุก 1 ปี 6 เดือน 'กำนันนก' คดีฆ่าตำรวจทางหลวง

ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายประวีณ หรือกำนันนก อายุ 45 ปี ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่า หลังจากก่อเหตุยิงตำรวจทางหลวงเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 1 นาย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566

รายละเอียดคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่ ร.ต.ท.หญิง ณัฐชา และ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ออกตรวจตราบนถนนสายเอเชีย ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ พบรถกระบะต้องสงสัยจึงเรียกตรวจ แต่ผู้ต้องหาคือกำนันนกกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ ร.ต.ท.หญิง ณัฐชา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังก่อเหตุ กำนันนกหลบหนีไปได้ แต่ถูกติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา โดยพบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุซุกซ่อนอยู่ในบ้านพัก จากการสอบสวนเบื้องต้น กำนันนกให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ต่อมาในชั้นศาลได้เปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งของโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จากเดิมจำคุก 3 ปี คงเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมเป็นเงิน 1.2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ปฏิกิริยาจากครอบครัวผู้เสียหาย

นายสมศักดิ์ บิดาของ ร.ต.ท.หญิง ณัฐชา กล่าวหลังทราบคำพิพากษาว่า "แม้โทษจำคุกจะน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่ก็พอใจที่จำเลยได้รับโทษตามกฎหมาย ครอบครัวยังคงรู้สึกสูญเสีย แต่หวังว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนให้ผู้อื่นไม่กระทำผิดซ้ำ"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านทนายความของกำนันนกแถลงว่า จำเลยยอมรับคำพิพากษาและจะไม่ยื่นอุทธรณ์ โดยให้เหตุผลว่าต้องการยุติคดีเพื่อไม่ให้ยืดเยื้อ

ความเห็นทางกฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญาระบุว่า การลดโทษกึ่งหนึ่งจากคำรับสารภาพเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ซึ่งเปิดโอกาสให้ศาลใช้ดุลพินิจลดโทษให้แก่จำเลยที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม ในคดีอุกฉกรรจ์เช่นนี้ การลดโทษอาจสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมให้กับสังคมได้

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสะท้อนถึงปัญหาการใช้อาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและการทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง