ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จับกุมสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หลังเปิดเพจเฟซบุ๊กรับฝากขายและลงทุนสินค้าแบรนด์เนมหลอกเหยื่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไฮโซและคนมีชื่อเสียง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 133 ล้านบาท
เปิดเพจเฟซบุ๊กหลอกลงทุนแบรนด์เนม
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายเอก (นามสมมติ) อายุ 35 ปี และนางสาวโท (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน พร้อมของกลางเป็นกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และเครื่องประดับมูลค่ารวมหลายล้านบาท
พ.ต.อ.สุรศักดิ์ กลั่นชื่น รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้สร้างเพจเฟซบุ๊กชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายและรับฝากขายสินค้าแบรนด์เนมแท้จากต่างประเทศ มีการโพสต์รูปสินค้าหรูหรา พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เหยื่อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไฮโซและคนรวย
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองใช้วิธีหลอกลวงโดยให้เหยื่อโอนเงินค่าสินค้าหรือค่าลงทุนล่วงหน้า จากนั้นก็บ่ายเบี่ยงไม่ส่งมอบสินค้าหรืออ้างว่าสินค้าติดปัญหาศุลกากร นอกจากนี้ยังมีกรณีรับฝากขายสินค้าแบรนด์เนมจากเหยื่อแล้วไม่ยอมจ่ายเงินค่าขายให้ โดยอ้างว่าลูกค้ายังไม่โอนเงิน บางรายถูกหลอกให้ลงทุนในธุรกิจซื้อขายแบรนด์เนม โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 30% ต่อเดือน
เหยื่อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไฮโซ นักธุรกิจ และคนมีชื่อเสียงในสังคม ซึ่งหลงเชื่อเพราะเพจดังกล่าวมีผู้ติดตามจำนวนมากและมีรีวิวจากผู้ใช้จริงบางส่วน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ารีวิวบางส่วนเป็นรีวิวปลอมที่สร้างขึ้นมาเอง
มูลค่าความเสียหายกว่า 133 ล้านบาท
พ.ต.อ.สุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 133 ล้านบาท โดยผู้เสียหายบางรายสูญเสียเงินครั้งเดียวสูงถึง 10 ล้านบาท
“ผู้ต้องหาทั้งสองคนมีพฤติกรรมที่แยบยล มีการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการโพสต์รูปสินค้าจริงและมีลูกค้าจริงบางส่วนที่ได้รับสินค้าในช่วงแรก เพื่อสร้างความไว้วางใจ จากนั้นก็เริ่มหลอกลวงเป็นวงกว้าง” รองผู้บังคับการปราบปรามฯ กล่าว
เตือนภัยประชาชนก่อนตกเป็นเหยื่อ
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนหรือซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะเพจที่อ้างว่ามีโปรโมชั่นพิเศษหรือผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจและผู้ขายให้ดีก่อนตัดสินใจโอนเงิน และหากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองคนนั้น ถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



