เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประชุมร่วมกับนายอำเภอ 23 อำเภอ และหัวหน้าสถานีตำรวจ 34 สถานี เพื่อเตรียมความพร้อมรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนที่ถูกหลอกให้จ่ายเงินเพื่อสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น หลังได้รับคำสั่งจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการเร่งด่วนกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่กลายเป็นกระแสข่าว
ผู้ว่าฯ สั่งตรวจสอบผู้เสียหายทั่วจังหวัด
นายปิยะได้ให้นโยบายให้ดำเนินการหาผู้เสียหายที่จ่ายเงินให้กับนายหน้ารายละ 350,000-800,000 บาท เพื่อเอาผิดทางวินัยและอาญากับผู้เกี่ยวข้อง แต่จากการสอบถามเบื้องต้นทั้งตำรวจและอำเภอยังไม่พบว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความหรือร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัดและอำเภอแต่อย่างใด
ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้แจ้งความหรือร้องทุกข์ แต่ขอฝากถึงผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการจ่ายเงินวิ่งเต้นให้กับนายหน้าหรือกลุ่มมิจฉาชีพ ให้ไปแจ้งความหรือร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมทุกพื้นที่ เพื่อเอาผิดกับกระบวนการทุจริตตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี
ข้อมูลขัดแย้งกับทนาย อ. ที่อ้างมีผู้เสียหายจำนวนมาก
เมื่อถามว่าข้อมูลเบื้องต้นขัดกับทนายอักษรย่อ อ. ที่ระบุว่ามีทั้งชาวศรีสะเกษและบุรีรัมย์จ่ายเงินจำนวนมากนั้น ผู้ว่าฯ กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่พบ หากพบก็จะดำเนินการทันที
นายรังสรรค์ วรรณเสน ท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า จังหวัดบุรีรัมย์ไม่ได้เป็นหน่วยดำเนินการจัดสอบท้องถิ่นในปี 2568/2569 มีเพียงการสอบสายบริหารเมื่อปี 2567 ที่ใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการ และได้แต่งตั้งจนอายุบัญชีหมดไปแล้ว
ตำรวจชี้ผู้จ่ายเงินอาจมีความผิด ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
พ.ต.อ.ปริญญา พรเดชาพิพัฒ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกลวงในการสอบท้องถิ่น ส่วนผู้แจ้งจะมีความผิดฐานติดสินบนหรือไม่นั้น ต้องสอบสวนให้ละเอียดแยกเป็นแต่ละกรณี เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ทั้งนี้ การทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นคดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากพบผู้กระทำผิดทั้งผู้รับและผู้จ่ายเงินจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย



