จากกรณีเด็กชายวัย 11 ปี ซึ่งเป็นออทิสติก ขับรถยนต์ชนพระธุดงค์ขณะเดินบิณฑบาตรบนถนนในจังหวัดนครปฐม ส่งผลให้มีพระสงฆ์เสียชีวิตถึง 10 รูป และได้รับบาดเจ็บอีกหลายรูป เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความรับผิดทางอาญาของเด็กที่มีความบกพร่องทางจิต
รายละเอียดคดีและข้อกฎหมาย
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการ โดยเบื้องต้นเด็กชายให้การว่าไม่ได้ตั้งใจขับรถชน แต่เกิดจากอาการทางจิตกำเริบกะทันหัน ทำให้ควบคุมสติและรถไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายอาญามาตรา 73 ระบุว่า เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ไม่ต้องรับโทษทางอาญา เว้นแต่ศาลจะพิพากษาให้ใช้มาตรการอื่นแทน เช่น การส่งตัวไปฝึกอบรมหรือรักษาพยาบาล
นอกจากนี้ มาตรา 65 ยังบัญญัติว่า ผู้ที่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเนื่องจากมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือฟั่นเฟือน อาจได้รับการยกเว้นโทษหรือลดโทษลง ทำให้คดีนี้มีแนวโน้มที่เด็กจะรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญา แต่อาจต้องเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลเฉพาะทาง
สอบปากคำแม่และไทม์ไลน์เหตุการณ์
ตำรวจได้สอบปากคำมารดาของเด็กชายเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เด็กขับรถออกจากบ้านเพียงลำพัง ซึ่งมารดาให้การว่า เด็กแอบหยิบกุญแจรถไปโดยไม่รู้ เนื่องจากอาการออทิสติกทำให้เด็กมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นและไม่สามารถคาดเดาได้ ขณะที่เพื่อนบ้านบางรายให้ข้อมูลว่า เคยเห็นเด็กขับรถในหมู่บ้านหลายครั้ง แต่ผู้เป็นแม่กลับปฏิเสธว่าไม่เคยทราบมาก่อน
ไทม์ไลน์เหตุการณ์ระบุว่า ช่วงเช้าประมาณ 06.30 น. เด็กชายขับรถกระบะออกจากบ้านพักในตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม มุ่งหน้าไปตามถนนสายบางเลน-นครปฐม ก่อนจะเสียหลักพุ่งเข้าชนกลุ่มพระธุดงค์ที่เดินเรียงแถวอยู่ข้างถนนเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร มีผู้เสียชีวิตทันที 8 รูป และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 รูป
ปฏิกิริยาจากสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายรุทธพล วงศ์ประเสริฐ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กออทิสติกมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับสถานการณ์กดดัน อาจเกิดอาการตื่นตระหนกและกระทำการโดยไม่ยั้งคิด ซึ่งในกรณีนี้จำเป็นต้องประเมินสภาพจิตของเด็กอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงแค่การลงโทษทางกฎหมาย
ด้านพระครูปลัดสุวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ถึงแม้เด็กจะไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ก็ควรได้รับการดูแลและสั่งสอนอย่างใกล้ชิดจากครอบครัว รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อราย
ประเด็นข้อกังวลด้านความปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ยังจุดประเด็นถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของเด็กที่มีความบกพร่องทางจิต โดยนักวิชาการด้านกฎหมายบางรายเสนอให้มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มมาตรการควบคุมการเข้าถึงยานพาหนะของบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น การตรวจสอบใบขับขี่ที่เข้มงวดขึ้น หรือการติดตั้งระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อผู้ขับมีอาการผิดปกติ
ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า และยังไม่แสดงท่าทีต่อคดีนี้ โดยบางรายระบุว่าจะรอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามขั้นตอน แต่ก็มีความกังวลว่าเด็กอาจไม่ได้รับการลงโทษที่สมเหตุสมผลกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น



