ศาลนัดฟังคำพิพากษา 'ทนายตั้ม' คดีฉ้อโกง 'เจ๊อ้อย' วันนี้
ศาลนัดฟังคำพิพากษา 'ทนายตั้ม' คดีฉ้อโกง 'เจ๊อ้อย'

วันนี้ (11 มิถุนายน 2569) เวลา 08.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ 'ทนายตั้ม' และนางปทิตตา เบี้ยบังเกิด ภรรยา ซึ่งเป็นจำเลยในคดีร่วมกับพวกฉ้อโกงและฟอกเงิน น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ 'มาดามอ้อย' เศรษฐินีชื่อดังที่เคยถูกรางวัลกว่า 5,700 ล้านบาท จากเรือนจำมายังศาลอาญาเพื่อฟังคำพิพากษา

ปานเทพเผย 3 ปมสำคัญที่ต้องจับตา

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เปิดเผยก่อนเข้ารับฟังคำพิพากษาคดีที่ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ 'เจ๊อ้อย' กล่าวหา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ 'ทนายตั้ม' และพวกร่วมกันกระทำความผิดว่า เบื้องต้นฝ่ายผู้เสียหายน้อมรับคำพิพากษาของศาลไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งพนักงานอัยการ ทีมทนายความ และผู้เกี่ยวข้องได้ทำงานอย่างหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 1 ปี เพื่อติดตามและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว

นายปานเทพ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการพิจารณาคดีได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยต่างใช้สิทธิต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ตามกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นในวันนี้จึงต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลก่อน จึงจะสามารถประเมินผลและกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ โดยยังไม่ต้องการแสดงความเห็นล่วงหน้าถึงผลคดี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
'เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ในส่วนของฝ่ายโจทก์ก็เชื่อว่าได้ทำดีที่สุด ส่วนฝ่ายจำเลยก็คงเชื่อว่าตนเองได้ต่อสู้อย่างเต็มที่เช่นกัน สุดท้ายคำพิพากษาของศาลจะเป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีนี้' นายปานเทพ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึง น.ส.จตุพร หรือเจ๊อ้อย นายปานเทพ ระบุว่า วันนี้เจ๊อ้อยไม่ได้อยู่ในประเทศไทย จึงได้มอบอำนาจให้ตนเองและ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ 'ทนายปุ้ย' เป็นผู้แทนเข้ารับฟังคำพิพากษา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ประเด็นสำคัญที่สังคมควรติดตาม

ส่วนการประเมินแนวโน้มคำพิพากษาจากพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นศาลนั้น นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เนื่องจากคดีนี้มีหลายกรรมและมีรายละเอียดจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่สังคมควรติดตามอย่างใกล้ชิด

  • ประเด็นแรก: คดีนี้เป็นคดีฉ้อโกงหลายกรรม แต่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับทนายตั้มในข้อหา 'ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ' ซึ่งถือเป็นคดีสำคัญและถูกจับตามอง เนื่องจากหากศาลวินิจฉัยว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ก็อาจส่งผลเชื่อมโยงไปถึงความผิดฐานฟอกเงินได้ แต่หากไม่เข้าข่าย ก็อาจเหลือเพียงความผิดฐานฉ้อโกงทั่วไป
  • ประเด็นที่สอง: ศาลจะมีคำพิพากษาในแต่ละกรรมอย่างไร จะยกฟ้องหรือพิพากษาลงโทษทั้งหมดหรือเพียงบางกรรม ซึ่งเป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องติดตาม
  • ประเด็นที่สาม: ผู้ต้องหารายอื่นหรือจำเลยที่เกี่ยวข้องในคดี จะถูกพิพากษาลงโทษทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งสาระสำคัญของคำพิพากษาในวันนี้

นายปานเทพ กล่าวอีกว่า คดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญที่อาจกลายเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ หากศาลเห็นว่ามีการใช้ความรู้ทางกฎหมายหรือสถานะทางวิชาชีพไปกระทำต่อประชาชนที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ศาลจะกำหนดแนวทางในการพิจารณาและการลงโทษอย่างไร ซึ่งจะเป็นประเด็นที่สังคมและวงการกฎหมายต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

'ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลในวันนี้ เพราะผลของคดีจะมีความหมายต่อบรรทัดฐานทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในอนาคต' นายปานเทพ กล่าว