หนุ่มใหญ่ซิ่งกระบะแหกด่านตรวจ จนท.เร่งไล่ล่าจับกุมตัวได้
หนุ่มใหญ่ซิ่งกระบะแหกด่านตรวจ จนท.เร่งไล่ล่าจับกุมตัวได้

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ขับขี่รถกระบะแหกด่านตรวจบนถนนมิตรภาพ ขาเข้าเมืองนครราชสีมา บริเวณหน้าสถานีขนส่งแห่งที่ 2 โดยรถกระบะคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดให้ตรวจสอบ พุ่งฝ่าด่านตรวจอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานกำลังไล่ล่า

เหตุการณ์แหกด่าน

จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บธ 5429 นครราชสีมา ขับมาด้วยความเร็วสูง และเมื่อถึงด่านตรวจก็ไม่ได้ชะลอความเร็ว แต่กลับเร่งเครื่องฝ่าด่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลบหลีกอย่างทุลักทุเล

การไล่ล่า

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามรถคันดังกล่าว โดยใช้เส้นทางหลักและเส้นทางรองเพื่อปิดล้อม พร้อมทั้งขอสนับสนุนจากชุดสืบสวนและชุดปฏิบัติการพิเศษ รถต้องสงสัยวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางอำเภอเมืองนครราชสีมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จุดจบของผู้ต้องหา

ในที่สุด เจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถกระบะคันดังกล่าวได้บริเวณถนนราชสีมา-โชคชัย ใกล้กับตลาดเซฟวัน หลังขับรถหลบหนีเป็นระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร จากการตรวจสอบพบคนขับเป็นชายอายุประมาณ 42 ปี ทราบชื่อคือนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวน

การตรวจสอบเพิ่มเติม

จากการตรวจค้นภายในรถกระบะ พบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 500 เม็ด และยาไอซ์อีก 10 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายข้าง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และขับรถฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
  • ข้อหาขับรถฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน
  • ข้อหาขับรถโดยประมาทหวาดเสียว

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่า การแหกด่านตรวจเป็นความผิดอาญาที่มีโทษรุนแรง ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง