ขยายผลไฟไหม้รถขนแบตลิเธียมบนถนนบางนา-ตราด พบขบวนการลักลอบขนวัตถุอันตราย
ขยายผลไฟไหม้รถขนแบตลิเธียมบนถนนบางนา-ตราด พบขบวนการลักลอบ

วันนี้ (5 พ.ค. 2569) จากเหตุการณ์เพลิงไหม้รถบรรทุกขณะขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมเก่าบนถนนบางนา-ตราด ช่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ล่าสุดความคืบหน้าทางคดีและการตรวจสอบเชิงลึกได้เผยให้เห็นถึงช่องโหว่และการลักลอบขนส่งกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายอย่างผิดกฎหมาย โดยมีตัวละครสำคัญคือ "นายหน้าสัญชาติจีน" เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะคนกลางผู้ประสานงาน

การสอบสวนพบพิรุธ

พ.ต.อ.บัณฑิต ธรรมอนันต์ ผกก.สภ.บางปะกง ระบุว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใด ทั้งคนขับรถบรรทุกและเจ้าของโรงงานต้นทาง เนื่องจากต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานอย่างเป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่ข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้นพบพิรุธที่น่าสนใจ โดยทางโรงงานรีไซเคิลปลายทางในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจดทะเบียนในชื่อ บริษัท ไฮ เอฟฟิซิเอ็นซี่ จำกัด (High Efficiency) โดยมีกรรมการเป็นชาวจีน ให้การอ้างว่าได้รับการติดต่อจากนายหน้าชาวจีนรายหนึ่งว่าจะส่งแผ่นอะลูมิเนียมมาให้รีไซเคิล แต่เมื่อสินค้ามาถึงกลับพบว่ามีการยัดไส้แบตเตอรี่ลิเธียมรวมมาด้วยในกระสอบ ทำให้โรงงานปฏิเสธการรับสินค้าและสั่งให้รถขนส่งนำกลับไปคืนต้นทางที่จังหวัดสมุทรสาคร จนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นระหว่างทาง

ข้อกฎหมายและมาตรการดำเนินคดี

น.ส.นวพร สงวนหมู่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ข้อมูลเชิงเทคนิคว่า ซากแบตเตอรี่ลิเธียมที่ไม่ใช้งานแล้วเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย บัญชี 5.2 ลำดับ 2.17 ซึ่งกฎหมายระบุชัดเจนว่าผู้ครอบครองและผู้ขนส่งต้องมีใบอนุญาตเฉพาะทาง (ใบครอบครองวัตถุอันตรายเพื่อการขนส่ง) จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถบรรทุกคันที่เกิดเหตุไม่มีใบอนุญาตดังกล่าว นอกจากนี้ในระบบแจ้งการขนส่งกากอุตสาหกรรมยังไม่พบการแจ้งขนส่งอะลูมิเนียมหรือแบตเตอรี่ในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด เป็นการรับซื้อผ่านนายหน้าแบบนอกระบบซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการขยายผล

ด้าน น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผวจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมเก็บตัวอย่างดินและน้ำไปตรวจวัดค่ามลพิษ เนื่องจากสารเคมีจากแบตเตอรี่ลิเธียมอาจรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม เบื้องต้นได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดเตรียมดำเนินคดีต่อผู้ครอบครองและผู้เกี่ยวข้องในข้อหาขนย้ายวัตถุอันตรายโดยผิดกฎหมาย แม้บริษัทปลายทางจะมีใบอนุญาต รง.4 ประเภท 60 (หลอมอะลูมิเนียม) แต่ไม่มีสิทธิ์ในการจัดการหรือครอบครองแบตเตอรี่ลิเธียมเหล่านี้ ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมขยายผลตรวจสอบโรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดต้นทางที่อ้างว่ามีการรวบรวมแบตเตอรี่ โดยปัจจุบันมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตรวบรวมแบตเตอรี่เพียงไม่กี่แห่งและส่วนใหญ่เป็นประเภทตะกั่ว-กรด หากพบว่ามีการลักลอบจัดการแบตเตอรี่ลิเธียมโดยผิดกฎหมายจะดำเนินการสั่งปิดและดำเนินคดีถึงที่สุด เนื่องจากกระบวนการกำจัดแบตเตอรี่ลิเธียมในไทยมีความซับซ้อน ต้องผ่านวิธีคลายประจุเพื่อป้องกันการระเบิดก่อนส่งออกไปสกัดลิเธียมในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น การลักลอบขนส่งแบบไร้มาตรฐานจึงเปรียบเสมือนการนำระเบิดเคลื่อนที่มาไว้บนท้องถนนสาธารณะ