เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ภูษิณธร ยี่ภู รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ประชา ฮุงหวลวีรกุล สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ประสานตำรวจ สน.มีนบุรี ร่วมกันจับกุมตัวนายสุรศักดิ์ กุ้งค้างพลู อายุ 36 ปี ได้ที่หน้าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ขณะกำลังเดินอยู่ จากนั้นนำตัวไปตรวจค้นห้องพักชั้น 2 ย่านรามคำแหง กรุงเทพมหานคร พบของกลางเป็นพระเครื่อง 10 องค์ และตะกรุดหลวงพ่อคำนวน 3 ดอก แต่ผู้ต้องหาได้แกะกรอบทองขายไปแล้ว ก่อนนำตัวและของกลางมาดำเนินคดี
ผู้ต้องหาสารภาพอารมณ์ชั่ววูบ
นายสุรศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า ตนเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำคลองเปรมเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ในคดีลักพระเครื่อง ถูกจำคุก 6 เดือน แต่ติดจริง 4 เดือน หลังปล่อยตัวกลับไปบ้านย่านมีนบุรี และตอนเย็นวันเดียวกันได้มาที่ห้างแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วานเพื่อหาเพื่อนที่เป็นเซียนพระ ขอยืมเงินไปเช่าห้องพัก แต่ไม่เจอเพื่อน จนมาเห็นร้านพระปิดร้าน ด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงตัดสินใจปีนเข้าไปงัดลิ้นชักตู้พระขโมยพระเครื่องไป
ต่อมาวันที่ 29 เมษายน 2569 ได้นำพระไปขายที่ร้านพระย่านหทัยราษฎร์ แต่ไม่มีร้านใดรับซื้อ จนทราบว่าเจ้าของร้านโพสต์เฟซบุ๊กแจ้งว่าพระถูกขโมย จึงแกะกรอบเลี่ยมตะกรุดขายได้เงิน 2,000 บาท ก่อนถูกตำรวจตามจับกุม
เจ้าของร้านยืนยันของกลาง
นายสมศักดิ์ หรือเซียนตี๋ บ้านใหม่ เจ้าของร้านไทยโชคดี เดินทางมาดูของกลางและยืนยันว่า พระที่ยึดมาได้เป็นของตน 10 องค์ และตะกรุด 3 ดอก ส่วนที่เหลือไม่ใช่ของร้าน
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 27 เมษายน 2569 นายสมศักดิ์ ภานุวัฒน์วนิชย์ อายุ 63 ปี หรือเซียนตี๋ บ้านใหม่ แจ้งความตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่าช่วงค่ำวันที่ 26 เมษายน 2569 หลังปิดร้าน มีคนร้ายปีนเข้ามาลักทรัพย์พระเครื่องภายในลิ้นชักไปประมาณ 20-30 องค์ มูลค่าประมาณ 3-4 แสนบาท
ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้าย
หลังเกิดเหตุ ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นสวมเสื้อสีเทา หมวกแก๊ปสีดำ กางเกงสีดำ สะพายกระเป๋า ปีนข้ามตู้โชว์เข้ามาในร้าน งัดลิ้นชักขโมยพระแล้วหลบหนีขึ้นรถโดยสารประจำทางสีส้ม ตำรวจสืบสวนพบว่าคนร้ายคือนายสุรศักดิ์ จึงประสาน สน.มีนบุรี ร่วมจับกุมตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน



