หนุ่มร้านทองอ้างถูกบังคับขายทอง ยอมสารภาพแค่กุเรื่องขึ้นเอง
หนุ่มร้านทองอ้างถูกบังคับขายทอง ยอมสารภาพแค่กุเรื่อง

จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวทางโซเชียลมีเดีย กรณีหนุ่มพนักงานร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย อ้างว่าถูกบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ขายทองรูปพรรณน้ำหนักรวมกว่า 50 บาท มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านและบริเวณโดยรอบ พบว่าไม่มีเหตุการณ์ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

พนักงานร้านทองรับสารภาพกุเรื่อง

พนักงานร้านทองรายนี้ได้ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้กุเรื่องดังกล่าวขึ้นมาเองทั้งหมด โดยไม่มีบุคคลใดมาข่มขู่หรือบังคับให้ขายทองแต่อย่างใด สาเหตุที่ต้องกุเรื่องขึ้นมาเนื่องจากต้องการปิดบังความผิดของตนเองที่ได้ขายทองรูปพรรณของทางร้านไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำเงินไปใช้ส่วนตัว

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดยืนยันไม่มีเหตุการณ์

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทองและร้านค้าใกล้เคียงอย่างละเอียด พบว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุตามที่พนักงานแจ้งความ กลับไม่ปรากฏภาพของบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเหตุการณ์การบังคับขายทองแต่อย่างใด ภาพกล้องวงจรปิดกลับแสดงให้เห็นว่าพนักงานรายนี้ได้ขายทองให้กับลูกค้าหลายรายตามปกติ และมีการรับเงินสด รวมถึงโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พนักงานถูกแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ

หลังจากการสอบสวนและพนักงานรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาแจ้งความเท็จแก่พนักงานรายดังกล่าว ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ทางร้านทองยังได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ เนื่องจากพนักงานได้ขายทองของร้านไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและนำเงินไปใช้ส่วนตัว มูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของการแจ้งความเท็จ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างข่าวปลอมที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่หน่วยงานต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนว่าการแจ้งความเท็จมีโทษทั้งจำคุกและปรับ รวมถึงอาจถูกดำเนินคดีทางแพ่งจากผู้เสียหายอีกด้วย

ทั้งนี้ พนักงานร้านทองรายดังกล่าวยังคงถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ทางร้านทองได้เตรียมดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากพนักงานที่ก่อเหตุ