สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงความคืบหน้าคดีจับกุม "หมิงเฉิน ซัน" หรืออาตี๋ซีโฟร์ หรือนายซุน หมิงเฉิน ชาวจีน ที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด โดยล่าสุดมีการขยายผลสืบสวนจนได้รวม 7 คดี และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทั้งสิ้น 11 คน พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วยอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก ปืนไรเฟิล M4 จำนวน 2 กระบอก ระเบิดสังหาร 10 ลูก ระเบิด C4 น้ำหนักรวม 3,659 กรัม กระสุนปืนขนาด 5.56 มิลลิเมตร รวม 673 นัด และเสื้อเกราะกันกระสุนอีก 3 ตัว
การแถลงข่าวของตำรวจ
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวความคืบหน้าคดีดังกล่าว ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1, พล.ต.ต.หญิง ธิติมา ธรรเมศรานนท์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย นักวิทยาศาสตร์ (สบ5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ร่วมแถลง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง ได้สั่งการให้ขยายผลการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุม ซึ่งนำไปสู่การดำเนินคดีรวม 7 คดี และจับกุมผู้ต้องหา 11 คน
รายละเอียดทั้ง 7 คดี
คดีที่ 1: จับกุมนายซุน หมิงเฉิน พร้อมอาวุธปืนและวัตถุระเบิด
จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายซุน หมิงเฉิน ชาวจีน ถูกดำเนินคดีในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อนุญาต มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง และมีไว้ครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนางยู ชิน หม่า ชาวไต้หวัน ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
คดีที่ 2: ขยายผลอาวุธปืนยาว M4
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง กับกลุ่มผู้ขายอาวุธปืน M4 ให้แก่นายซุน หมิงเฉิน จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายคเชนทร์ นายเมธี นายจำลอง นายปฐมพล และนายวัชรินทร์
คดีที่ 3: ขยายผลอาวุธปืนสั้น กล็อก 26
มีผู้เกี่ยวข้องกับการขายอาวุธ 6 คน อยู่ระหว่างการเชิญตัวมาสอบปากคำ ล่าสุดพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี ได้ส่งข้อมูลให้สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางรับคดีมาดำเนินการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป
คดีที่ 4: ขยายผลวัตถุระเบิด 2 ลูก
นายซุน หมิงเฉิน ได้สั่งให้นายสี บุน เหลียง หาคนไปรับวัตถุระเบิดบริเวณชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 4 คน ได้แก่ นายซุน หมิงเฉิน นายสี บุน เหลียง (คนขับรถ) นายสมเกียรติ (รับจ้างขับรถไปรับระเบิด) และนายณภัทร (รับจ้างจากนายสมเกียรติไปรับแทน) อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
คดีที่ 5: ขยายผลการขอมีบัตรสีชมพู
มีการออกหมายจับ 4 หมาย ผู้ต้องหา 3 คน จับกุมแล้วทั้งหมด ได้แก่ อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่) 2 หมายจับ เจ้าหน้าที่ 1 หมายจับ และนายซุน หมิงเฉิน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
คดีที่ 6: ขยายผลเครือข่ายการมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
มีการดำเนินคดีผู้มีส่วนร่วม จำนวน 4 ราย ได้แก่ นายหลานเทียน หรือเสี่ยวหลาน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานออกหมายจับ) นายซุน หมิงเฉิน นายสี บุน เหลียง และนายสมเกียรติ ในข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยร่วมกันมีและจัดหาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด เครื่องยุทธภัณฑ์ เพื่อกระทำผิดอาญาร้ายแรง และได้มาซึ่งผลประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือทางอื่นโดยทางตรงหรือทางอ้อม ใน 4 มูลฐาน ได้แก่ อาวุธปืน การลักลอบนำพาคนเข้า-ออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร และการลักลอบขนเงิน 20 ล้านบาท อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐาน
คดีที่ 7: ขยายผลเครือข่ายเส้นทางการเงินและเส้นทางการซื้อขายเหรียญผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล
ตรวจสอบพบว่านายซุน หมิงเฉิน มีบัญชีธนาคารไทย จำนวน 5 บัญชี ซึ่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้นพบว่ามีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับบัญชีต่าง ๆ กว่า 648 บัญชี มีความเกี่ยวข้องกับ Case ID รวมทั้งสิ้น 4,143 Case ID มูลค่าความเสียหายกว่า 815 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ตรวจสอบพบว่ามีการซื้อขายตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีกลุ่มที่เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว และกลุ่มที่อยู่ระหว่างขยายผล และจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นายซุน หมิงเฉิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมและฟอกเงิน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนายซุน หมิงเฉินต่อไป
ความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดพบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายซุน หมิงเฉิน มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา เครือข่ายนายหลานเทียน หรือเสี่ยวหลาน และพบหลักฐานความขัดแย้งระหว่างเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ



