ปอศ.ทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยโหด 3,000%
ปอศ.ทลายแก๊งหมวกกันน็อคปล่อยกู้นอกระบบ ดอกเบี้ย 3,000%

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) สั่งการให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผกก.5 บก.ปอศ.) พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รองผู้กำกับการ 5 บก.ปอศ. และ พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สารวัตรกองกำกับการ 5 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ นายธนภัทร อายุ 19 ปี นายวันชัย อายุ 28 ปี นายกิติพงษ์ อายุ 44 ปี และนายรัฐภูมิ อายุ 19 ปี ในข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” พร้อมยึดของกลางจำนวน 8 รายการ ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก เอกสารปล่อยเงินกู้ 17 ชุด นามบัตร 71 ใบ และหมวกกันน็อค 2 ใบ โดยการจับกุมเกิดขึ้นที่ทาวน์เฮ้าส์ในพื้นที่แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

เบื้องหลังแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777”

การดำเนินการครั้งนี้สืบเนื่องจากศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าได้กู้เงินนอกระบบผ่านเพจเฟซบุ๊ก ก่อนที่จะติดต่อกันทางแอปพลิเคชันไลน์ในชื่อ “บิ๊ก แจ็ค 777” แก๊งนี้มีเป้าหมายเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ขาดสภาพคล่องและเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนถูกกฎหมาย โดยไม่ต้องใช้คนค้ำประกันหรือหลักฐานยืนยันตัวตน เมื่ออนุมัติเงินกู้แล้ว จะนำเงินสดไปส่งให้ถึงบ้าน

ในช่วงแรก กลุ่มผู้ต้องหาเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตรา 20% ต่อ 24 วัน หรือคิดเป็น 626% ต่อปี แต่ต่อมาได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 3,000% ต่อปี ซึ่งเป็นการเอาเปรียบและซ้ำเติมผู้เสียหายอย่างรุนแรง เมื่อผู้เสียหายเริ่มส่งเงินไม่ไหว จะถูกกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนหน้าบ้าน ตะโกนข่มขู่ และเขียนข้อความทวงหนี้แปะประจานไว้ที่บ้านหรือที่ทำงาน ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หลักฐานสำคัญและพฤติการณ์

จากการตรวจสอบแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือของกลาง เจ้าหน้าที่พบหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นคลิปวิดีโอที่กลุ่มผู้ต้องหาถ่ายไว้ ขณะกำลังฝึกให้ “เด็กใหม่” หัดโปรยนามบัตร รวมถึงคลิปขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนร่อนนามบัตรตามย่านชุมชนในเขตมีนบุรีและร่มเกล้าในช่วงเวลากลางคืน เพื่อส่งเป็นผลงานให้แก่นายทุน นอกจากนี้ ยังพบว่าแก๊งนี้มีลูกหนี้ประมาณ 50-60 ราย และมีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 10 ล้านบาท

การสอบสวนและขยายผล

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน นายธนภัทร ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อพูดคุย นำเงินต้นไปให้ และเก็บดอกเบี้ยจากลูกหนี้ ส่วนที่เหลือทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์แจกใบปลิวและร่อนนามบัตร รวมถึงตามทวงหนี้ ขณะนี้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลจากเส้นทางการเงินและข้อมูลในระบบ เพื่อติดตามนายทุนใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป