บิ๊กเต่าฟาดกลับโทนบางแค ยันไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น 30% แฉขบวนการเวียนพระ
บิ๊กเต่าฟาดกลับโทนบางแค ยันไม่ได้ค่าคอมฯ 30% แฉเวียนพระ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีถูกเซียนพระชื่อดังทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ้างว่าตัวเองไปข่มขู่กดดันให้ชำระหนี้สินให้เจ้าหนี้ ว่า อยู่ระหว่างพิจารณาว่าสิ่งที่นายโทน พูดออกมาเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่ หรือทำให้เสียหาย เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วาระการแต่งตั้งประจำปี 2569 ดังนั้น ตนเองก็จะสงวนสิทธิ์ด้วยการปรึกษาฝ่ายกฎหมายพิจารณาฟ้องกลับหรือไม่อย่างไร แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของนายโทน ที่ผ่านมาเรียนว่าไม่อยากตอบโต้ ตนพยายามหลีกเลี่ยง ยืนยันเราสู้ในความถูกต้องและข้อเท็จจริงอยู่แล้ว

รายละเอียดคดีและขบวนการเวียนพระ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวถึงที่ไปที่มาของเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้ เริ่มจากต้นปี 2568 น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ ไฮโซเก่ง ผู้เสียหาย ได้มาร้องขอความเป็นธรรม ถูกกลุ่มเซียนพระ 9 คน รวมนายโทน บางแค ฉ้อโกงหลอกขายพระเครื่อง ในช่วงระยะเวลาปี 2568-2569 มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท โดยพฤติการณ์กลุ่มนี้จะทำทีขอเข้าไปเช่าพระเครื่องในราคา 10 ล้านบาท ด้วยการจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ แล้วขอพระเครื่องไปก่อน แล้วจะมีอีกกลุ่มหนึ่ง มาขอเช่าพระเครื่องในราคาที่สูงกว่า แล้วจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ด้วยราคาที่สูงกว่า จากนั้น 2 กลุ่มนี้แกล้งทะเลาะกัน และบอกผู้เสียหายว่าได้นำพระเครื่องไปจำนำไว้ 20 ล้านบาท และให้มาดามเก่งไปไถ่ออกมา เพราะเกรงว่าพระเครื่องจะถูกยึด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มนี้ไปทำในลักษณะแบบนี้กับหลายคนจนพบความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท สำหรับทางคดี พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงไปแล้ว 3 คน รวมนายโทนด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การเจรจาไกล่เกลี่ยและข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีที่เป็นกระแสข่าว ระหว่างนายโทนกับตน ยืนยันว่าเป็นคนละเรื่อง ซึ่งตนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้และประสานให้ทางผู้เสียหายพร้อมทนายความเป็นคนพูดเองในวันพรุ่งนี้ โดยยืนยันว่า ที่ตนถูกครหาว่าได้รับค่าคอมมิชชั่นในการทวงหนี้ 30% ไม่เป็นความจริง ส่วนเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายน ยืนยันว่าตนไม่ได้เรียกนายโทนมา เพียงแค่นายโทนเป็นคนประสานมาเอง เพื่อให้ตนเป็นคนกลางคอยเจรจาไกล่เกลี่ย ระหว่างทั้งสองฝ่าย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวยืนยันอีกว่า ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ และไม่เคยพูดกับโทนว่า “ถ้าไม่พร้อมคุย ก็เดินออกไปได้เลย” แต่ตนพูดว่า “ถ้าไม่พร้อมคุยก็กลับได้เลย” เพราะต้องการความสมัครใจในการไกล่เกลี่ย ซึ่งผลการเจรจาวันนั้นไม่จบ เพราะนายโทนบอกว่า ไม่มีทรัพย์สินอะไรแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่าโทน ยังมีทรัพย์สินหลายรายการรวมแล้วกว่า 60 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 24 เมษายน ทนายโทน นำกระเป๋า แบรนด์เนม 5-6 ใบ และทะเบียนหรู ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่าราคาเช็คค้ำประกัน ก็เลยทำให้การเจรจาไม่เป็นผลอีกครั้ง

หลักฐานและคำเตือนถึงประชาชน

ส่วนเรื่องที่นายโทน จะรับงานใครมาหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ตำรวจมีหลักฐานที่ไม่ตรงกับที่นายโทนเล่า พร้อมทั้งฝากไปถึงประชาชน ถ้าหากเจองูพร้อมกับเซียนพระกลุ่มนี้ ก็ขอให้ตีเซียนพระก่อน เพราะเป็นเซียนกระดาษเปล่า

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำด้วยว่า ยังมีข้อเท็จจริงอีกหลายส่วนแต่ตนไม่อยากเป็นผู้เปิดเผยเพราะ เดี๋ยวถูกมองว่าไม่เป็นกลาง จึงจะปล่อยให้ผู้เสียหายเป็นคนออกมาพูดเอง คาดว่าวันพรุ่งนี้ทางผู้เสียหายอาจจะมีการแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดด้วยตนเอง