ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน หลังเปิดเพจเฟซบุ๊กหลอกขายรถหรูราคาถูก แต่เมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วกลับไม่โอนกรรมสิทธิ์รถให้ โดยมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท
พฤติกรรมของคนร้าย
นายเอใช้วิธีการโพสต์ขายรถหรูหลายรุ่น เช่น Mercedes-Benz, BMW, Audi ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 30-40% เพื่อล่อใจผู้ซื้อ เมื่อมีผู้สนใจติดต่อ คนร้ายจะแจ้งให้โอนเงินมัดจำก่อน แล้วจึงนัดรับรถที่สถานที่แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ให้ โดยอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น ติดธุระ รถติดปัญหาดอกเบี้ย หรือต้องรอเอกสารจากบริษัทไฟแนนซ์
การสืบสวนและจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบสวนจนทราบว่านายเอมีพฤติกรรมหลอกลวงผู้ซื้อรถยนต์มาอย่างยาวนาน โดยใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงิน และเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์บ่อยครั้งเพื่อหลบหนีการติดตาม จนกระทั่งสามารถออกหมายจับและติดตามจับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี พร้อมของกลางรถยนต์หรู 3 คัน และโทรศัพท์มือถืออีกหลายเครื่อง
คำให้การของผู้ต้องหา
นายเอให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริง โดยเริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2565 โดยใช้เงินที่ได้ไปใช้จ่ายส่วนตัวและซื้อรถยนต์คันใหม่เพื่อใช้ในการหลอกลวงเหยื่อรายต่อไป นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคนซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล
ความเสียหายและเหยื่อ
ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นบุคคลทั่วไปที่ต้องการซื้อรถหรูในราคาถูก โดยมีการโอนเงินตั้งแต่ 5 แสนบาทไปจนถึง 2 ล้านบาทต่อราย เมื่อถูกหลอกแล้วบางรายต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อซื้อรถ ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนอย่างหนัก
ข้อแนะนำจากตำรวจ
พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า การซื้อขายรถยนต์โดยเฉพาะรถหรูควรทำผ่านบริษัทที่เชื่อถือได้ หรือตรวจสอบประวัติรถและเอกสารกรรมสิทธิ์ก่อนโอนเงินทุกครั้ง อย่าหลงเชื่อราคาที่ถูกเกินจริง เพราะอาจเป็นกลลวง นอกจากนี้ควรตรวจสอบเลขทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อความแน่ใจ
โทษทางกฎหมาย
นายเอถูกตั้งข้อหาหลายกระทง ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, และฟอกเงิน ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี สำหรับฐานฉ้อโกง และจำคุกไม่เกิน 10 ปี สำหรับฐานฟอกเงิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย



