ฟังสองมุมเบื้องหลังทวงหนี้ 2 พันล้าน 'บิ๊กเต่า' - 'โทน บางแค' ความจริงคืออะไร?
ฟังสองมุมเบื้องหลังทวงหนี้ 2 พันล้าน 'บิ๊กเต่า' - 'โทน บางแค'

กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเซียนพระ หลังนายโทนทอง สุขแก่น หรือ 'โทน บางแค' อายุ 43 ปี เซียนพระชื่อดัง ได้เข้ามาร้องเรียนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. หรือ 'รองเต่า' ได้เรียกตนมาไกล่เกลี่ยหนี้สิน ซึ่งโทน บางแค มีความกังวลว่า พฤติกรรมดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจะไม่เหมาะสม ต่อมาเซียนพระรุ่นพี่อย่าง ป๋อง สุพรรณ ระบุว่าได้ติดต่อประสานงานกับนายตำรวจ เพื่อให้เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย ซึ่งข้อเท็จจริงยังต้องรอการสอบสวนต่อไป

แฉขบวนการเวียนขายพระเครื่อง

ช่วงบ่ายวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. หรือ 'รองเต่า' ได้แถลงข่าวกรณีที่เกิดขึ้น หลัง 'โทน บางแค' เซียนพระชื่อดัง เข้าร้องเรียน โดย 'บิ๊กเต่า' ชี้แจงว่า ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2568 ได้มีผู้เสียหายเข้ามาร้องความเป็นธรรมว่า ได้ถูกกลุ่มคนประมาณ 7 คน เจตนาฉ้อโกงทรัพย์สินรวมความเสียหายพันกว่าล้านบาท 7 คนดังกล่าวได้ตั้งเรื่องสืบสวนไปตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2568 มีการสืบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาไป 2 คน จนการสืบสวนล่วงเลยมาถึงต้นปี พ.ศ. 2569 และพบว่ามีนายโทน เข้ามาเกี่ยวกับการฉ้อโกงนี้ด้วย เลยมีการสืบสวนในเรื่องของนายโทน จนพบพยานหลักฐานน่าเชื่อว่า แต่ละคนมีส่วนเกี่ยวข้องฉ้อโกงรวมทั้งหมด 2 พันกว่าล้านบาท แต่จากการสอบสวนพบว่ามีผู้กระทำผิดอีก 2 คน ซึ่งรวมแล้ว 9 คน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กระบวนการหลอกขายพระ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระบวนการกระทำผิด 'บิ๊กเต่า' เล่าว่า เป็นขบวนการหลอกขายพระ เช่นมีการนำพระมาขายให้เหยื่อ 50 ล้านบาท มีการจ่ายเงินสดเพื่อซื้อ เมื่อขายเสร็จกลุ่มขบวนการเซียนพระก็จะกล่อมว่าพระชุดนี้ขายได้อีก 60-70 ล้านบาท แล้วซักพักจะมีกลุ่มคนอีกกลุ่มเข้ามาซื้อพระชุดนี้ จะมีการขายพระชุดนี้ไปประมาณ 60 ล้านบาท แต่เป็นการจ่ายเช็ก ซึ่งเช็กจะจ่ายได้บางใบ โดยกลุ่มเซียนพระจะอ้างว่า ไม่มีเงินจ่าย และบอกว่าไม่มีเงินเนื่องจากเอาพระไปจำนำไว้ด้วย ผู้เสียหายกลัวว่าพระชุดดังกล่าวจะสูญไปกับการจำนำเพราะเซียนพระไม่มีเงินจ่ายแล้วถูกยึด เหยื่อเลยให้เงินไปไถ่เอาพระมาแล้วมาเก็บไว้ ซึ่งเงินที่เหยื่อให้เอาไปไถ่ก็เป็นมูลหนี้ที่เพิ่มขึ้นกับเงินเดิม ซึ่งกลุ่มเซียนพระก็จะเอาพระมาขายให้อีก 2-3 ชุด ซึ่งมีพฤติกรรมหลอกในลักษณะดังกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

'บิ๊กเต่า' แจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ 'โทน บางแค' อ้างว่า 'บิ๊กเต่า' ได้เรียกไปพบเพื่อตกลงกับเจ้าหนี้ และมีความกังวลว่าอาจไม่ใช่ภารกิจของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ชี้แจงว่า เมื่อเหยื่อมีการร้องเรียนผ่านกองปราบ คุณโทน ก็เริ่มรู้ว่าความเดือดร้อนจะไปถึง และมีการติดต่อมาทางพี่ป๋อง สุพรรณ และมีการติดตามผมไปเจอระหว่างไปทำบุญ ผมก็แนะนำว่า ด้วยความที่ความเสียหายมันมาก เลยแนะนำให้ไปคุยกับผู้เสียหายเอง แต่ก็ยังไม่มีการพูดคุย จนต่อมาคดีเริ่มงวดเข้ามา เนื่องจากมีการแจ้งข้อหา และก็มาพบผมที่ห้อง โดยที่ไม่ได้เรียกมา แต่เป็นการนัดหมายของผู้เสียหายกับทางคุณโทน โดยผู้เสียหายได้เรียกร้องให้ผมช่วยเป็นตัวกลางซึ่งตนไม่อยากพูดอะไรมาก แต่พรุ่งนี้จะให้ผู้เสียหาย เข้ามาเปิดเผยข้อเท็จจริงกับผู้สื่อข่าวต่อไป

'โทน บางแค' ยันไม่สบายใจกรณี 'บิ๊กเต่า' เรียกคุย

จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ช่วงเช้า นายโทนทอง สุขแก่น หรือ 'โทน บางแค' อายุ 43 ปี เซียนพระชื่อดัง พร้อมทนายความ นำเอกสารหลักฐาน เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. หรือ 'รองเต่า' ข้อหาข่มขู่กรรโชก รับจ้างทวงหนี้ ต่อมาเวลา 12:50 น. ภายหลังจากใช้เวลาสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน นานกว่า 3 ชั่วโมง 'โทน บางแค' เปิดเผยว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนได้ร้องเรียน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ข่มขู่ติดตามทวงหนี้ที่สำนักงานชั้น 27 ของ บช.ก. เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ตนเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ข้อหา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้หรือสนับสนุนการทวงถามหนี้มิใช่ของตน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ขณะเดียวกัน แจ้งความกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายให้การสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว แต่ตนขอสงวนรายละเอียดว่ามีใครบ้างและมีกี่คน เพราะอยู่ในสำนวนคดี ตนได้ให้การไปหมดแล้ว มีอยู่หลายคนและมากกว่า 1 คนแน่นอน

โทน บางแค กล่าวอีกว่า ตนไม่รู้ว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่ที่ตนตัดสินใจออกมารวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ เพราะตนต้องการปกป้องสิทธิของตน ยอมรับว่ากลัวไม่รู้ว่า หลังจากนี้ตนจะถูกคุกคามหรือจะโดนอะไรหรือไม่ เพราะคู่กรณีเป็นคนมีอำนาจ รวมทั้งรู้สึกถูกกดดันและไม่สบายใจ นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันว่าการแจ้งความดำเนินคดีและร้องเรียนครั้งนี้ เป็นเพราะตนถูกกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นธรรมจริง ย้ำว่าไม่มีใบสั่งจากใครอย่างแน่นอน ให้คำมั่น 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ จะให้ไปสาบานที่วัดพระแก้วหรือวัดอะไรก็ได้

ยอมรับมีหนี้ แต่ทยอยชำระ

โทน บางแค กล่าวยอมรับอีกว่า ตนมีหนี้สินกับเจ้าหนี้รายดังกล่าวจริง 2 สัญญา เป็นจำนวนหลักร้อยล้านบาท ที่ผ่านมาตนทยอยชำระบ้างตามเงินหมุนเวียนธุรกิจที่มี ได้ชำระหนี้ดังกล่าวล่วงหน้าถึงปี พ.ศ. 2570 รวมทั้งมีการค้ำประกันหนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง ตึกแถวอาคารพาณิชย์ ไปถึงการจ่ายเช็คล่วงหน้ารายเดือนเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว

โทน บางแค กล่าวถึงเรื่องปัญหาเช็คเด้งว่า ถ้ามีปัญหา ป่านนี้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องอาญา แต่ส่วนใหญ่เวลามีปัญหาเช็คเด้ง สามารถเคลียร์จ่ายเงินได้จบ ไม่มีปัญหาเรื่องดังกล่าว ตนมีปัญหาถูกฉ้อโกงมาเยอะ เช่นเดียวกัน แต่ทยอยไล่ฟ้องดำเนินคดีและสืบทรัพย์ตามคำพิพากษาไป ตนคงยึดมั่นและใช้กระบวนการศาลและกฎหมายเป็นหลัก