หญิงสาวรายหนึ่งถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกง หลังจากอ้างตัวเป็นเจ้าของหอพักหลายแห่ง หลอกให้ผู้ที่สนใจเช่าห้องโอนเงินค่าเช่าและค่ามัดจำ ก่อนจะหายตัวไป สร้างความเสียหายให้กับเหยื่อหลายรายรวมมูลค่ากว่าล้านบาท
วิธีการหลอกลวง
ผู้ต้องหาใช้โซเชียลมีเดียโพสต์ประกาศให้เช่าห้องพักราคาถูก พร้อมรูปภาพห้องสวยงาม เมื่อมีผู้สนใจติดต่อ เธอจะนัดดูห้องจริง โดยใช้กุญแจปลอมหรือขอเข้าห้องที่ว่างผ่านทางเจ้าของจริง จากนั้นเมื่อเหยื่อตกลงเช่า เธอจะให้โอนเงินค่าเช่าและค่ามัดจำเข้าบัญชีส่วนตัว ก่อนจะปิดโทรศัพท์และหายตัวไป
เหยื่อรายหนึ่งเล่าประสบการณ์
นางสาวเอ (นามสมมติ) เล่าว่า ตนพบประกาศให้เช่าหอพักในทำเลดี ราคาเพียง 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด เมื่อไปดูห้องก็พบว่าห้องสวยและสะอาด จึงตกลงเช่าและโอนเงินมัดจำ 10,000 บาท หลังจากนั้นผู้ต้องหาก็หายตัวไป ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย
การสืบสวนของตำรวจ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายหลายราย จึงสืบสวนจนพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง และใช้บัญชีธนาคารของคนอื่นเพื่อรับโอนเงิน ทำให้ยากต่อการติดตาม ตำรวจจึงได้ออกหมายจับและสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในจังหวัดแห่งหนึ่ง
บทลงโทษ
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และ 343 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับสูงสุด 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทุกคน
คำแนะนำสำหรับผู้เช่า
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของเจ้าของหอพักให้แน่ใจ
- ไม่ควรโอนเงินมัดจำก่อนเห็นห้องจริงและทำสัญญา
- เลือกใช้บริการหอพักที่มีชื่อเสียงหรือผ่านเอเจนต์ที่น่าเชื่อถือ
- หากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัย ให้แจ้งตำรวจทันที
คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการฉ้อโกงที่ใช้ความต้องการที่อยู่อาศัยราคาถูกของประชาชนเป็นเครื่องมือ ผู้เช่าควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจโอนเงิน



